นานาสัตว์ในสำนวนไทย ๒

          ถึงจะทักทายสวัสดีปีใหม่ล่าช้าไปบ้าง ต้องขออภัย อักษราขอสวัสดีปีใหม่ชาวกรมประชาสัมพันธ์แฟนๆ คอลัมน์พูดไทยเขียนไทยทุกๆ คน ขอให้สุขกายสบายใจกันโดยทั่วหน้า เริ่มต้นปีใหม่อักษราขอพาสัตว์ใหญ่มาทักทายกันซะเลย ใช่แล้ว “ช้าง” สัตว์ที่มีบุญคุณและมีประโยชน์กับชาติไทยมาแต่โบราณ ช้างปรากฏตัวอยู่ในสำนวนไทยหลายสำนวน เช่น ขี่ช้างจับตั๊กแตน เลี้ยงช้างกินขี้ช้าง ดูช้างให้ดูหน้าหนาว ดูสาวให้ดูหน้าร้อน ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิด ฆ่าช้างเอางา ฯลฯ ลองอ่านกันไปทีละสำนวนเชื่อว่าคงให้มุมมองแง่คิดกับชาวกรมประชาสัมพันธ์ได้ไม่น้อย

01-2551_clip_image002

                ช้าง ในสำนวน “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” มองเห็นความแตกต่างระหว่างช้างกับตั๊กแตนได้ชัดเจน ตั๊กแตนเป็นแมลงตัวเล็กจับยาก ถ้าจะจับต้องใช้สวิงขนาดเล็กผูกกับไม้ปลายยาว ไล่ครอบจึงจะจับได้ ถ้าใช้มือไม่มีทางที่จะจับได้ เพราะตั๊กแตนบินไปได้ไกลๆ และรวดเร็วมาก ส่วนช้างเป็นสัตว์ตัวใหญ่เทียบไม่ได้กับแมลงอย่างตั๊กแตน และถ้าเราต้องขี่ช้างไปจับตั๊กแตน จะสมควรแล้วหรือ เป็นเรื่องที่ต้องลงทุนลงแรงกันถึงขนาดนั้นเชียวหรือ สำนวนขี่ช้างจับตั๊กแตนจึงหมายความถึงสิ่งที่เราทำใหญ่โตเกินความจำเป็นหรือเกินกว่าเหตุ ใช้เปรียบเทียบเพื่อชี้ให้เห็นว่า การลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ใหญ่โต แต่ไดผลประโยชน์หรือผลตอบแทนพียงนิดเดียวนั้น ไม่คุ้มค่า ไมสมควรที่จะทำ

                ช้าง ในสำนวนต่อมา คือ สำนวนว่า “เลี้ยงช้างกินขี้ช้าง” มีที่มาจาก คนเลี้ยงช้างของหลวงในสมัยโบราณที่เรียกว่า ตะพุ่น คือ คนเกี่ยวหญ้ามาให้ช้างกิน โดยเมื่อเกี่ยวหญ้าแล้วก็จะนำมาวางกองไว้ห่างๆ ไม่ให้ช้างเอางวงตวัดหญ้ากินเองได้ เมื่อช้างหิวก็ส่งเสียงร้องและฟวดงวงไปมา คนที่เดินผ่านมาก็เกิดความสงสัยถามว่าทำไมถึงไม่เอาหญ้าให้ช้างกิน คนเลี้ยงก็ตอบว่าถ้าอยากให้ช้างกินหญ้าก็ช่วยซื้อหญ้าให้ช้างกินหน่อยเถอะ ด้วยความสงสารคนที่เห็นดังนั้นก็เลยต้องซื้อหญ้าให้ช้างกิน คนเลี้ยงช้างก็เลยได้เงินค่าหญ้าไปฟรีๆ สำนวนเลี้ยงช้างกินขี้ช้างจึงหมายถึง หาประโยชน์จากงานที่ตนเองทำอยู่ ใช้เปรียบเทียบคนที่ทำงานชนิดใดแล้วพลอยมีส่วนได้ประโยชน์จากงานนั้น แต่เป็นประโยชน์ที่ไม่ถูกต้องไม่บริสุทธิ์

                อีกสำนวนหนึ่งที่มี ช้าง ปรากฏอยู่ คือ สำนวนว่า “ดูช้างให้ดูหน้าหนาว ดูสาวให้ดูหน้าร้อน” ชาวกรมประชาสัมพันธ์ที่เคยสงสัย คงได้หายสงสัยกันเสียที คนโบราณให้ดูช้างหน้าหนาวก็เพราะว่า หน้าหนาวเป็นเวลาที่ช้างตกมัน จะเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นดุร้ายอาละวาดคนที่เลี้ยงช้างเป็นเจ้าของช้างก็จะรู้ว่าช้างตัวไหนมีพละกำลังมากในการชักลากซุง ส่วนในหน้าร้อน หญิงสาวมักแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ทำให้เห็นรูปร่างสัดส่วนผิวพรรณที่สวยงาม ชายหนุ่มจึงชอบดูหญิงสาวในหน้าร้อนนี่เอง สำนวนนี้เป็นคำกล่าวแนะนำให้สังเกตลักษณะของช้างและหญิงสาวที่เป็นไปตามธรรมชาติและสภาวะอากาศ

01-2551_clip_image006

                สำนวนนี้ก็เป็นอีกสำนวนหนึ่งที่เปรียบเทียบสิ่งใหญ่กับสิ่งเล็ก สำนวนว่า “ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด” ช้างนั้นตัวใหญ่มากเมื่อเทียบกับใบบัว ใบบัวจะปิดช้างทั้งตัวได้อย่างไร เช่นเดียวกับความชั่วที่พยายามกลบเกลื่อนปกปิด ไม่สามารถปิดมิด ความจริงย่อมปรากฏออกมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง สำนวนนี้ใช้เปรียบเทียบกับคนที่ไม่ยอมสารภาพรับผิด พยายามกลบเกลื่อนปิดบัง

                ปิดท้ายสำนวนไทยที่เกี่ยวกับช้างสำนวนนี้ คือ “ฆ่าช้างเอางา” ช้างเป็นสัตว์ที่มีคุณประโยชน์มาก ทั้งลากซุง ทั้งเป็นยานพาหนะ ช้างไม่ได้มีประโยชน์ด้านแรงงานเท่านั้น แต่ช้างยังเป็นสัตว์ที่มีความสวยงามโดยเฉพาะงา เชื่อกันว่างาช้างเป็ของมงคล ทำให้คนอยากไดไว้ครอบครอง แต่การจะได้งาช้างนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยต้องล้มช้าง (ฆ่าช้าง) เสียก่อนจึงจะเอางามาได้ เป็นการทำลายสิ่งใหญ่โต (คือช้างทั้งตัว) เพื่อแลกกับสิ่งเล็กน้อย (คือ งาเพียงคู่เดียว) โดยไม่คำนึงว่าสมควรหรือไม่ สำนวนนี้ใช้เตือนสติให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งที่จะได้มา โดยต้องทำลายสิ่งที่มีค่ามากมายไป เป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า
                สัตว์ชนิดไหนที่จะมาปรากฏตัวในสำนวนไทยกันอีก ชาวกรมประชาสัมพันธ์ต้องติดตาม คอลัมน์พูดไทยเขียนไทยฉบับหน้า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thainews.prd.go.th

        นานาสัตว์ในสำนวนไทย ๑

         คอลัมน์พูดไทยเขียนไทย ได้นำเสนอเรื่องของถ้อยคำสำนวนชวนคิด ชุด สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์สิบสองราศี มาตั้งแต่สำนวนไทยเกี่ยวกับไก่สัญลักษณ์ปีระกาจนจบลงที่สำนวนไทยเกี่ยวกับลิงสัญลักษณ์ปีวอกจนครบจำนวนสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสิบสองราศีแล้ว แต่ก็ยังมีสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิดที่ปรากฎอยู่ในสำนวนไทย อักษราเห็นว่าน่าจะนำเสนอต่อเนื่องกันไปใน ชุด นานาสัตว์ในสำนวนไทย ซึ่งมีทั้งหมดรวม ๖ ตอน โดยขอเริ่มจากนานาสัตว์ในสำนวนไทย ตอนที่ ๑ ในฉบับนี้ ซึ่งเป็นสำนวนไทยที่มีควา กระต่าย กระรอก เด่า และตุ่น ปรากฎอยู่ในสำนวนเหล่านั้น
                เริ่มที่ ควาย ปรากฎอยู่ในสำนวน “ฆ่าควายเสียดายพริก”บางทีก็ว่า “ฆ่าควายเสียดายเกลือ” สำนวนนี้มาจากการล้มวัวล้มควาย (ฆ่าวัวฆ่าควาย) เพื่อนำเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของมันมาทำอาหารเลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน เช่น งานบวช งานโกนจุก งานขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ เจ้าภาพหรือเจ้าของงานอุตส่าห์ลงทุนลงแรงล้มวัวล้มควายเพื่อนำเนื้อของมันมาทำอาหารเลี้ยงแขกเหรื่อ ถ้ามัวแต่เสียดายเครื่องปรุงรสอย่างพริกและเกลือเสียแล้ว อาหารที่ทำก็คงมีรสชาติไม่อร่อย สำนวนว่า ฆ่าควายเสียดายพริก หรือ ฆ่าควายเสียดายเกลือ จึงหมายความว่า  ทำงานใหญ่โตหรือจัดงานใหญ่โต ถ้ามัวแต่ตระหนี่ถี่เหนียวกลัวหมดเปลืองหรือเสียดายเงินก็จะทำให้งานเกิดความเสียหายได้
                ส่วน กระต่าย ปรากฎอยู่ในสำนวน “กระต่ายตื่นตูม” และ “กระต่ายหมายจันทร์” สำนวนกระต่ายตื่นตูมมีที่มาจากนิทานที่เล่ากันต่อๆ มา ชาวกรมประชาสัมพันธ์คงจำนิทานเรื่องนี้ได้ เรื่องมีอยู่ว่า กระต่ายนอนหลับอยู่ใต้ต้นตาล ลูกตาลหล่นจากต้นลงมาที่พื้นดินเสียงดังตูมกระต่ายตกใจตื่นและออกวิ่งสุดชีวิตเพราะคิดว่าฟ้าถล่ม คนโบราณจึงนำสำนวนว่า กระต่ายตื่นตูม มาเปรียบเทียบกับคนที่ตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น ถ้าเราได้ยินข่าวรือว่าจะเกิดสงครามโลกบ้าง น้ำมันจะหมดโลกบ้าง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายคนหวาดกลัววิตกกังวลเกินเหตุตระหนกตกใจกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเปรียบได้กับพฤติกรรมของกระต่ายในนิทาน สำนวนกระต่ายตื่นตูมนี้ จึงใช้ในความหมายเชิงตำหนิ คนที่หวาดกลัว วิตกกงวลกับเหตุการณ์หรือเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
                กระต่ายปรากฎตัวอยู่ในอีกสำนวนหนึ่ง คือ สำนวน “กระต่ายหมายจันทร์” ธรรมชาติของกระต่ายชอบหากินตอนกลางคืน ส่วนกลางวันจะนอนเล่นตามร่มไม้ เพราะเหตุที่กระต่ายชอบหากินตอนกลางคืนนี้เอง ก็เลยทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า มันชอบแสงจันทร์ชอบแหงนดูพระจันทร์ จึงนำเอาพฤติกรรมของกระต่ายมาเปรียบกับผู้ชายว่าเหมือนกระต่ายที่มีฐานะต่ำต้อยอยู่บนพื้นดิน หมายปองผู้หญิงซึ่งเปรียบเหมือนพระจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้ามีฐานะสูงไม่มีวันที่ผู้ชายต่ำต้อยจะสมหวังกับผู้หญิงสูงศักดิ์ได้ สำนวนกระต่ายหมายจันทร์ ใช้เปรียบคู่รักชายหญิงที่ไม่คู่ควรกัน ฝ่ายชายต่ำต้อยกับฝ่ายหญิงสูงศักดิ์ ซึ่งคล้ายกับสำนวนดอกฟ้ากับหมาวัด
                มาถึง กระรอก ปรากฎตัวในสำนวน “ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้”ชีวิตความเป็นอยุ่ของคนเดินป่าหรือพวกนายพรานนั้น เมื่อจะออกเดินป่าก็ต้องตัดไม้ไผ่มาทำกระบอกน้ำติดตัวเวลาเดินทางและต้องนำหน้าไม้ติดตัวไปด้วย (หน้าไม้ เป็นเครื่องยิงชนิดหนึ่ง มีคันและราง ยิงด้วยลูกหน้าไม้) แต่คนเดินป่าหรือนายพรานบางคนก็ไม่ชอบตัดไม้ไผ่ทำกระบอกน้ำติดตัวไป แต่จะไปหาเองข้างหน้าระหว่างเดินทาง จะเอาเฉพาะหน้าไม้ติดตัวไปเท่านั้น เมื่อพบแหล่งน้ำแล้วจึงค่อยตัดไม้ไผ่มาทำกระบอกน้ำ ถ้ายังไม่พบแหล่งน้ำยังไม่ตัดไม้ไผ่มาทำกระบอกซึ่งอาจจะเหนื่อยเปล่าเพราะไม่มีแหล่งน้ำก็ได้ เช่นเดียวกับการโก่งหน้าไม้ที่ยังไม่เห็นกระรอกให้ยิง การโก่งหน้าไม้ก็เสียเวลาเปล่า สำนวนไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้จึงหมายถึง รีบทำไปทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม หรือยังไม่ถึงเวลาที่สมควร
                ปิดท้ายกับ เต่าและตุ่น ที่อยู่ในสำนวน “โง่เง่าเต่าตุ่น” เต่า เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำลักษณะเด่น คือ มีกระดอง ซึ่งเป็นสัตว์ที่รู้จักกันดี ส่วนตุ่น เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รูปร่างคล้ายหนูตะเภา ขุดรูเป็นที่อยู่อาศัย สำนวน “โง่เง่าเต่าตุ่น” นี้ ใช้ทั่วไปในความหมายของ คนโง่คนเซ่อ  นอกจากควาย กระต่าย กระรอก เต่า และตุ่นแล้ว ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่ปรากฎอยู่ในสำนวนไทย อักษราขอเชิญชาวกรมประชาสัมพันธ์ ติดตามนานาสัตว์ในสำนวนไทย ตอนที่ ๒ กันต่อในฉบับหน้า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thainews.prd.go.th

สำนวนไทย:หมวด ห

ก.ย.-15-2009 By marita

หมวด ห

          หอกมันแทงมัน  : หมายความว่า  เอาผลที่ได้มาจากการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น  เป็นเครื่องดำเนินต่อไปโดยไม่ต้องลงทุนใหม่  เช่น  เอาเงินที่ได้จากการพนันเสี่ยงโชคนั้นลงไปเสี่ยงในการพนันต่อไป

         หมากัดอย่ากัดหมา  :  หมายความว่า  คนชั่ว  คนชั้นต่ำ  หรือพวกอันธพาลคิดร้ายหรือประทุษร้ายเราอย่างใดอย่าทำตอบ  แต่ควรหลีกเลี่ยงไปเสีย

         หมาเห่าใบตองแห้ง  :  หมายถึง  คนที่ชอบเอะอะโวยวายเป็นที่อวดตัวว่า  ตนเก่งกล้า  แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนขี้ขลาด  ไม่กล้าเผชิญกับศัตรู  เปรียบได้กับใบตองแห้งที่ติดกับต้นกล้วย  เวลาลมพัดมามีเสียงดังแกรกกรากหมาได้ยินเข้าหน่อยก็มักจะเห่าส่งเดช

         หมาเห่าไม่กัด  :  ความหมายอย่างเดียวกับ  “  หมาเห่าใบตองแห้ง “  ตามที่สังเกตเอาว่า  หมาที่เห่าเก่ง ๆ นั้นมักจะไม่กัด  และหมาที่ชอบกัดนั้นมักไม่เห่าง่าย

         หมาเห็นข้าวเปลือก  : หมายถึง  การได้เห็นแล้วอยากได้แต่ไม่มีทางที่จะได้  หรือเป็นประโยชน์แก่ตนเองจะโดยฐานะต่ำต้อยหรืออะไรก็ตาม  สำนวนที่เอา  ” หมา “  มาเปรียบนี้มีมาก  แต่มักหมายไปในทางไม่ดี  เช่น  หมาหัวเน่า ,  หมาสองราง  ฯลฯ

 

s221pc

          หมูจะหาม  เอาคานเข้ามาสอด  :  หมายถึง  การที่เข้าไปขัดขวางผลประโยชน์  หรือกิจการของคนอื่นที่เขากำลังจะสำเร็จอยู่แล้ว  สำนวนนี้มีต่อท้ายด้วยว่า  ” ผัวเมียเขาจะกอดเข้าไปข้างกลาง “  มีความหมายอย่างเดียวกัน

         หวานนอกขมใน  : หมายถึง  การใช้คำพูดหรือแสดงกิริยาให้อีกฝ่ายเห็นว่า  ดีต่อ  แต่แท้จริงภายในจิตใจกลับตรงกันข้ามกับกิริยาและวาจา

          หักด้ามพร้าด้วยเข่า  : หมายความว่า  ใช้วิธีบังคับหรือเตี่ยวเข็นเอาอย่างหักโหม  ตามความต้องการของตนเอง  โดยไม่คำนึงว่า  จะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง  ” พร้า “  หมายถึงมีดใหญ่ที่ใช้สับและฟัน  คนสมัยก่อน ๆ มักจะใช้คำพูดควบกันไปว่า  ” มีดพร้า “  และเป็นของประจำทุกครัวเรือน  จึงมักจะนิยมเอามาผูกสำนวน

          หัวมงกุฎท้ายมังกร  : หมายถึง  การทำอะไรที่ไม่เข้ากันหรือขัดกัน  เช่น  ประกอบอะไรขึ้นสักอย่างมีหัวกับท้ายหรือหางไม่เหมือนกัน  หรือไม่กลมกลืนกัน  สำนวนนี้มักมักพูดกันว่า  ” หัวมงกุฎท้ายมังกร “  ไปเสียแท้จริงแล้วต้องเป็น  ” มังกุ “  ไม่ใช่   ” มงกุฎ “  เพราะ ” มังกุ “  เป็นชื่อเรือต่อชนิดหนึ่ง และ ” มังกร “  ก็เป็นชื่อเรืออีกชนิดหนึ่งเหมือนกัน  สำนวนนี้เอาเรือที่ประดิษฐ์หัวเรือและท้ายเรือ  เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น เรือหงษ์  เรือมังกร  มาเปรียบ

           หัวล้านนอกครู  :  สำนวนนี้ต่างกับคำว่า  ” หัวล้านได้หวี “  เพราะหมายถึง  คนที่ทำอะไรนอกแบบแผน  หรือไม่ทำอย่างที่คนธรรมดาเขาปฏิบัติกันอยู่ทั่วไป  โบราณมักจะเอาคนหัวล้านมาผูกเป็นประโยคสำนวน  หรือคำพังเพยส่วนมาก  เข้าใจว่า  คนหัวล้านในสมัยนั้นคงมีพฤติการณ์อะไรแปลก ๆ หรือเป็นจุดเด่นให้สังเกตได้ง่ายก็อาจเป็นได้

          หาเลือดกับปู  :  ความหมายอย่างเดียวกับสำนวนที่ว่า  ” รีดเลือดกับปู ”

          หาเหาใส่หัว  :  หมายความว่า  หาความลำบากมาใส่ตัวเองหรือเอาเรื่องของคนอื่นมาเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตัวเอง

s230ip

        หุงข้าวประชดหมา  ปิ้งปลาประชดแมว  : หมายความว่า  การทำประชดหรือทำแดกดันที่กลับเป็นผลร้ายแก่ตนเอง  เพราะธรรมดาแมวชอบกินปลา  ถ้ายิ่งปิ้งปลาให้แมวกินแบบประชดมาก ๆ แมวก็ยิ่งชอบ  แต่ตัวคนทำประชดจะต้องเสียผลมากขึ้น

          เห็นกงจักรเป็นดอกบัว  : หมายความว่า  เห็นสิ่งที่ไม่ดีเป็นดี  หรือเห็นผิดเป็นชอบ  คำว่า  ” กงจักร “  ซึ่ง หมายถึง  ” ไม่ดี “  และ  ” ดอกบัว ” ซึ่งหมายถึง  ” สิ่งดี “  นั้น  ได้เค้ามาจากนิทานชาดกเรื่อง  ” มิตตวินทุชาดก “  เมื่อพระโพธิ์เสวยชาติเป็นเทวดาและลงไปเที่ยวในเมืองนรก  ไปเห็นมิตตวินทุตกนรกมีกงจักรครอบอยู่บนหัวทรมานเจ็บปวด  แต่พระโพธิสัตว์  กลับมองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว  มีสีสันสวยงาม  ก็ออหกปากขอกงจักรนั้นมาสวมบ้างเป็นการทำให้มิตตวินทุสิ้นกรรม  แต่ตัวพระโพธิสัตว์เองกลับต้องรับกรรมแทน

          เห็นขี้ดีกว่าไส้  : หมายความว่า เห็นคนอื่นดีกว่าญาติพี่น้องของตน

          เห็นเขาขึ้นคานนั่ง  เอามือประสานรัดก้น  :  ความในสำนวนนี้  แปลว่า  เห็นคนอื่นเขานั่งคานหาม  มีคนหามไป  ตัวเองก็เอามือประสานกันเข้า  ช้อนใต้กัน  เป็นทำนองว่า  ตนก็นั่งคานหามเหมือนกันเป็นความหมายถึงการแสดงความทะเยอทะยาน  ใฝ่สูงเกินศักดิ์  อยากจะทำตัวตามอย่างผู้สูงศักดิ์กับเขาบ้าง

           เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง :  สำนวนนี้  ความหมายอย่างเดียวกับ  ” เห็นเขาขึ้นคานนั่ง  เอามือประสานรัดก้น ”

          เหยียบเต่าเต็มตีน  :  หมายความว่า  ทำอะไรให้มั่นคงอย่าให้เกิดมีข้อผิดพลาดถึงเสียงานเสียการได้  สำนวนนี้  บางทีก็พูดว่า  ” เหยียบเต่าสองตีน “  เป็นการทำให้เต่าดิ้นหลุดไม่ได้

          เหยียบเรือสองแคม  : หมายความถึง  คนที่ทำอะไรไม่ซื่อตรง  และเป็นคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว  แม้จะยืนอยู่ข้างฝ่ายไหน  ก็ยังละโมบไปเข้าด้วยอีกฝ่ายหนึ่ง  อย่างมีเลห์เหลี่ยม  โดยมุ่งแต่ประโยชน์ฝ่ายเดียว  และการเอาตัวรอดเข้าไว้ก่อนอยู่เสมอ

         หินดีเหล็กดี  ตีทีเดียวก็ติด  :  สำนวนนี้  มุ่งหมายโดยเฉพาะถึงชายกับหญิง  ซึ่งรักใคร่ได้เสียกัน  ในทำนองที่ว่า  แม้จะได้เสียกันเพียงครั้งเดียว  ถ้าทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง  มีความสมบูรณ์ทัดเทียมกันก็อาจทำให้หญิงเกิดตั้งครรภ์ได้  โดยไม่จำเป็นต้องสมสู่กันหลายครั้ง  สำนวนนี้  เปรียบเอาหินไฟกับเหล็กมาตี  เพื่อทำให้เกิดประกายไฟติดชุด  คือนุ่นของคนในสมัยก่อน ๆ ซึ่งยังไม่มีไม้ขีดไฟใช้กันคือถ้าหินดีเหล็กดี  ตีครั้งเดียวก็เกิดประกายไฟติดทำให้เป็นไฟขึ้นมาใช้ได้

          หนามแหลมบ่มีคนเสี้ยม  :  สำนวนนี้  อธิบายไว้แล้วใน  ” มะนาวกลมเกลี้ยง  บ่มีคนกลึง ”

          หน้าไหว้หลังหลอก  :  สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกับ  ” ต่อหน้ามะพลับ  ลับหลังตะโกน “  คือต่อหน้าทำดีแต่ลับหลังตรงกันข้าม
  หว่านพืชหวังผล  หมายถึง  การลงทุนทำอะไรสักอย่างหนึ่ง  ก็ย่อมจะต้องหวังผลประโยชน์ตอบแทน

           หงายเก๋ง : แพ้ราบคาบ

         หญ้าปากคอก : คุ้นจนมองข้าม

         หนอนบ่อนไส : คนในบ้านหรือพวกเดียวกัน คิดทรยศ

         หนอนหนังสือ : คนที่หมกหมุ่นอยู่กับตำรับตำรา

         หนักแผ่นดิน : ไม่มีประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง

         หนักเอาเบาสู้ :  ขยันทำกิจการงานทุกชนิด ไม่เลือกงาน

         หนังหน้าไฟ : รับความเดือดร้อนก่อนผู้อื่น

         หน้าฉาก : ลักษณะท่าทีที่ปรากฎแก่คนทั่วไป

         หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง : ความลับรักษาได้ยาก

          หน้าเป็นม้าหมากรุก : หน้างอแสดงความโกรธ

         หน้าเลือด : ชอบขูดรีดเอาแต่ได้

         หน้าสิ่วหน้าขวาน : อยู่ในภาวะอันตราย เพราะอีกฝ่ายหนึ่งกำลังโกรธจัด

         หน้าใหญ่ใจโต : ใจกว้างจนเกินเหตุ

         หนามยอกอก : รู้สึกเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงใจอยู่ตลอดเวลา

         หนีร้อมมาพึ่งเย็น : หนีทุกข์จากที่อื่น มาพึ่งที่ใหม่

          หนูตกถังข้าวสาร : ชายที่ฐานะไม่ค่อยดี แต่งงานกับหญิงที่ร่ำรวย

          หนูติดจั่น : จนปัญญา

         หมดกระเป๋า : หมดเงิน ไม่มีเหลือ

         หมดตูด : หมดเงิน ไม่มีเหลือ

         หมดไส้หมดพุง : เปิดเผยเรื่องราวโดยละเอียด

         หมองูตายเพราะงู : ทำหน้าที่อะไรมักจะได้รับภัยจากหน้าที่นั้น

          หมอนกระแต : ไม่มีทางสู้

         หมอบราบคาบแก้ว : ไม่มีทางสู้ ไม่ขัดขืน

          หมาจนตรอก : ต่อสู้ทุกวิถีทาง

          หมาในรางหญ้า : หวงในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ใช้ประโยชน์

          หมาหยอกไก : ทำพลางเล่นพลางจริง จริงหรือไม่จริงก็ได้

          หมาหัวเน่า : เป็นที่รังเกียจของคนอื่น ไม่สามารถเข้ากับใครได้

          หมาหางด้วน : คนที่ทำอะไรผิดพลาดจนได้รับความอับอาย แล้วชวนคนอื่นให้ทำตาม โดยยกย่องว่าสิ่งที่ทำนั้นดีควรทำตาม

         หมาเห่าใบตองแห้ง : การกระทำเชิงข่มขู่ให้กล้ว

         หมูในเล้า : สิ่งที่อยู่ในเงื้อมมือ

         หมูไปไก่มา : ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ตอบแทนกันและกัน

         หยิกแกมหยอก : เหน็บแนมทีเล่นทีจริง

          หวานคอแร้ง : ง่าย สะดวก

         หวังน้ำบ่อหน้า : หวังอย่างเลื่อนลอย

         หอกข้างแคร่ : คนใกล้ชิดอาจจะคิดทำร้าย ขึ้มมาเมื่อใดก็ได้

          หักลำ : ทำให้เสียท่า

          หัวกระทิ : ดีเด่นเป็นพิเศษ

          หัวกะไดไม่แห้ง : มีแขกมาเยือนอยู่เสมอ

          หัวแก้วหัวแหวน : เป็นที่รักใคร่เอ็นดู

          หัวชนกำแพง : สู้ไม่ถอย

         หัวเดียวกระเทียมลีบ : คนเดียวไม่มีพวก

         หัวนอนปลายตีน : หลักแหล่งที่อาศัย

         หัวไม่วาง หางไม่เว้น : ถูกใช้งานหนัก อยู่ตลอดเวลา

          หัวราน้ำ : ไม่ได้สติ

          หัวเรือใหญ่ : คนที่ชอบออกรับแทนผู้อื่น

          หัวหกก้นขวิด : เอาทุกอย่างเอาทุกทาง โดยไม่มีความหมาย

          หัวหมอ : คนที่ชอบอ้างกฎหมายเพื่อประโยชน์ของตน

          หัวหลักหัวตอ : สิ่งสำคัญที่เห็นเป็นสิ่งไม่สำคัญไป

          หางเครื่อง : ผู้ที่มีความสำคัญน้อยที่สุดในหมู่คณะนั้น

          หางแถว : ผู้น้อย ไม่มีความสำคัญ

          หาเช้ากินค่ำ : หาได้พอประทังชีวิตไปวันๆ

          หาตัวจับยาก : หาคนเทียบได้ยาก

          หามรุ่งหามค่ำ : ตลอดวัน ตลอดคืน
 
          หายเข้ากลีบเมฆ : หายลับไม่พบกันอีก

          หายใจไม่ทั่วท้อง : เป็นหว่งกังวลด้วยความไม่สบายใจ

          หาเศษหาเลย : หาประโยชน์เล็กๆ น้อยๆใส่ตัว

          เห็นดำเห็นแดง : ถึงขั้นแตกหัก

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
siamtower.com

baanjomyut.com

สำนวนไทย:หมวด ส

ก.ย.-7-2009 By marita

หมวด ส

สอนจระเข้ว่ายน้ำ
         หมายถึงการชี้ทางหรือสอนให้คนที่เป็นอยู่แล้วให้เก่งหรือชำนาญขึ้นไปอีก แต่มักมุ่งหมายโดยเฉพาะถึงการสอน หรือแนะนำคนชั่วประพฤติไม่ดีส่วนมาก
 
สอนหนังสือสังฆราช 
          สำนวนนี้ แตกต่างกับการสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ เพราะหมายถึงการสอนผู้ที่มีความรู้ดีเป็นเยี่ยมอยู่แล้ว โดยที่ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นรู้หรือชำนาญดีกว่าตนเสียอีก ความหมายใกล้เคียงกับสำนวนที่ว่า “เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน”
 
สัญชาติสุนัข อดขี้ไม่ได้
          สำนวนนี้ ใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงคนที่ประพฤติชั่ว ถึงจะเอามาอบรมเลี้ยงดูดีอย่างไร ก็อดประพฤติเช่นเดิมไม่ได้ เปรียบได้กับสุนัขส่วนมากซึ่งชอบกินขี้อยู่เสมอ แต่สมัยนี้เราไม่ค่อยจะได้เห็นดังว่า ก็เพราะส้วมถ่ายอุจาระของเราสมัยนี้มิดชิดไม่ค่อยเรี่ยราดเหมือนสมัยก่อน
 
สมภารกินไก่วัด
          เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่มุ่งหมายโดยเฉพาะ ถึงผู้ชายที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ปกครองดูแลหญิงสาวหลาย ๆ คนภายในบ้านหรือภายในวงงาน แล้วก็ถือโอกาสเกี้ยวพาเอาหญิงสาวเหล่านั้น มาเป็นเครื่องเล่นของตนเสียโดยไม่เหมาะสม อีกทางหนึ่งอาจหมายถึงผู้มีอำนาจในการปกครอง ซึ่งชอบหาเศษหาเลยจากการ “คอรัปชั่น” ในหน้าที่ของตนเองก็ได้
  
สร้างวิมานในอากาศ
          หมายถึง การสร้างความฝันว่าตนเองจะต้องได้เป็นใหญ่หรือ มีเงินทองมั่งมีขึ้นแล้วจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้สมกับที่มีเงิน โดยที่ความใฝ่ฝันนั้นยังไม่แน่ว่าจะได้รับสมจริงหรือเปล่า
 
สาดน้ำรดกัน
          เป็นสำนวนที่หมายถึงการทะเลาะทุ่มเถียงด่าทอโต้ตอบกันไปมา ยังไม่ถึงขั้นที่ลงมือใช้อาวุธซึ่งเท่ากับว่า เอาน้ำมาสาดรดกันให้ต่างคนต่างเปียกด้วยกันทั้งสองข้าง
   
สาวไส้ให้กากิน
         หมายถึง การที่เอาความลับหรือเรื่องไม่ดีของตนเองหรือของพี่น้องของตนไปเปิดเผยให้คนอื่นฟัง โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่ตนเองเลย
   
สิบเบี้ยใกล้มือ
          หมายความว่า อะไรที่ควรจะได้และอยู่ใกล้หรือเป็นสิ่งที่คว้าได้ง่าย ก็ควรจะคว้าไว้ก่อนดีกว่าที่จะมองข้ามไป เพราะเห็นว่าเป็นของเล็กน้อยและไม่มุ่งเอาของใหญ่ข้างหน้า โดยที่ยังมองไม่เห็นเค้าเลย
  
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ
          หมายความว่า เรื่องที่เล่าจากปากคนมาก ๆ ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อถือทีเดียวนัก ต้องเห็นด้วยตาเองเสียก่อนและถ้าจะให้แน่จริง ๆ แล้ว ก็ต้องได้อยู่กับเหตุการณ์นั้นด้วย หรือเรียกว่าได้สัมผัสด้วยมือของตนเองจริงๆ จึงจะเป็นของแน่นอน
  
สิบคนเข้าไม่เท่าคนหนึ่งออก
          สำนวนนี้ หมายถึงคนในครอบครัวเรากับคนภายนอกบ้าน คือคนที่อยู่กับเราภายในบ้านนั้นย่อมมีความสัมพันธ์และคุ้นเคยรู้อกรู้ใจกันมากับเราเป็นอย่างดี หรือเปรียบได้กับคนที่ทำงาน อยู่ในบังคับบัญชาของเรามานาน ๆ ย่อมจะมีความชำนาญในหน้าที่ต่าง ๆ เป็นอย่างดีเมื่อมีคนต้องออกไปแล้ว จะหาคนมาอยู่ใหม่ แทนกี่สิบคนก็คงสู้คนเก่าที่ออกไปไม่ได้
   
สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง
          สำนวนนี้ เนื่องจากว่าคนไทยในสมัยก่อน ๆ ถือว่า การเป็นพ่อค้าหรืออาชีพค้าขายนั้น สู้รับราชการขุนนางหรือข้าราชการไม่ได้ เพราะเหตุที่คนไทยในสมัยก่อนยังไม่มีความชำนาญในทางค้าขายดีพอ เมื่อไปทำมาค้าขายเข้า ก็มักประสบกับการขาดทุนมากกว่ากำไรสู้เป็นขุนนางหรือเป็นข้าราชการไม่ได้ เพราะพระเจ้าแผ่นดินหรือรัฐบาลชุบเลี้ยงให้มีเงินเดือน ซึ่งเท่ากับว่ามีแต่ทางได้ไม่มีทางขาดทุน
   
สิบรู้ไม่เท่าชำนาญ
          หมายความว่า ความรู้ต่าง ๆ ที่ร่ำเรียนมาทางหนังสือนั้น ถึงจะเรียนมามากเพียงไรก็สู้ความชำนาญที่ได้จากการปฏิบัติหรือประสบการณ์ด้วยตนเองมาก ๆ ไม่ได้ เรียกว่า เรียนรู้แต่ภาคทฤษฎี แต่พอลงมือปฏิบัติเข้าจริง ๆ แล้วกลับไม่ค่อยได้เรื่อง สู้คนที่เขาเรียนปฏิบัติจากของจริงมาก่อนไม่ได้
  
สีซอให้ควายฟัง
          เป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงคนโง่เง่าหรือปัญญาทึบ ซึ่งแม้เราจะพร่ำสอนพร่ำบอกอย่างไรก็ไม่ได้เรื่อง หรือเปรียบได้กับคนที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอน หรือคำแนะนำชี้แจงของผู้ที่รู้ทำให้ผู้อุตส่าห์แนะนำต้องเปล่าประโยชน์ หรือเสียเวลาในการไปคอยชี้แนะนำ
 
สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

          สำนวนนี้ มักจะใช้กันมาก เพราะเป็นสำนวนสุภาษิตที่เตือนใจให้คนเราอย่าทระนงหรือประมาท ไม่ว่าจะมีความรู้หรือปัญญาฉลาดปราดเปรื่องสักแค่ไหนถ้าประมานก็มีวันพลาดท่าเสียทีเขาลงได้ เพราะอุปมาเอาว่า “สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” เราผู้เป็นคนธรรมดาสามัญหรือมีความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยิ่งจะมีทางพลาดพลั้งลงได้ง่าย โดยมีสำนวนต่อท้ายว่า “สองตีนโด่เด่ คงจะเซลงมาบ้าง”
  
สุกหัวกินหัว สุกหางกินหาง
          สำนวนนี้ มีความหมายทำนองเดียวกับ “สิบเบี้ยใกล้มือ” คือ ได้สิ่งไหนก่อนหรือง่ายก็ควรคว้าเข้าไว้ ไม่ควรรีรอเลือกมากเกินไป อาจจะชวดหรือไม่ได้เลยก็ได้ เปรียบกับปิ้งปลาเป็นอาหาร คือเห็นว่า สุกหัวกินหัว สุกหางกินหาง ไม่ต้องรอให้ปลาสุกทั้งตัวจะช้าการไป
  
สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร
          สำนวนนี้เป็นคำพังเพยที่ระบุถึงอบายมุขทั้ง ๔ คือ สุรา(เหล้า) นารี(ผู้หญิง : มักเจาะจงถึงผู้หญิงคนเที่ยว) พาชี(ม้าแข่ง) กีฬาบัตร(การพนันจำพวกไพ่ เช่น ไพ่ป๊อก ไพ่ตอง) ว่าเป็นเหตุแห่งความฉิบหายของผู้ชายเราถ้าใครลงไปมั่วสุมเข้า หรืออีกทางหนึ่งหมายถึง คนที่เป็นนักเลงถึงพร้อม ๔ อย่าง หรือเกือบทุกอย่างซึ่งเรียกว่าเป็นนักเลงเต็มตัว แต่ไปในทางไม่ดีนัก
 
เส้นผมบังภูเขา
          หมายความว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ต้องเสียเวลาคิดค้นหรือแก้ไขเกือบตาย แต่แท้จริงแล้วเป็นเรืองที่มีปัญหาอยู่นิดเดียว ซึ่งมองข้ามไป เลยทำให้เป็นเรื่องใหญ่หรืออีกทางหนึ่ง หมายความว่าเอาเรื่องเล็กน้อยมาบังหน้าเสีย เพื่อหลอกให้อีกฝ่ายเข้าใจเขวไป จนเลยไม่ทันคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่เสียการ
   
เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน
          หมายความว่า ยุยงให้เขาเกิดวิวาทบาดหมางกันแบบ “ยุให้รำ ตำให้รั่ว” (คำว่า “เสี้ยม”แปลว่า ลับ หรือทำให้เขาควายแหลมคมขึ้น เพื่อจะให้เข้าไปขวิดกัน)
  
ใส่ตะกร้าล้างน้ำ
          สำนวนนี้ เป็นคำเปรียบเปรยถึงการทำให้คนที่มีมลทิน หรือมีเรื่องเสียมาก่อนให้กลับเป็นคนดีหรือเป็นคนใหม่ที่บริสุทธิ์ขึ้นมา เปรียบเหมือนเอาปลาที่เหม็นคาว หรือมีกลิ่นมาใส่เกลือแช่สักพัก แล้วเอาใส่ตะกร้าล้างน้ำโดยวิธีจุ่มสงขึ้นหลาย ๆ หนเพื่อให้หมดกลิ่น สำนวนนี้มักใช้กับหญิงที่เสียความบริสุทธิ์ไปแล้วหรือมีราคี แล้วเอาชุบอบรมทำให้เป็นหญิงบริสุทธิ์คนใหม่เสีย
  
ไส้เป็นหนอน
          หมายถึง ญาติพี่น้องหรือคนในบ้านของตนเองไม่ซื่อสัตย์คิดร้ายหรือทรยศ ทำให้ตนต้องได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า “หนอนบ่อนไส้”  โบราณมักเอาคำว่า “ไส้” มาเปรียบกับตัวเรา ญาติพี่น้องวงศ์วาร หรือความลับภายใน, เรื่องส่วนตัว ฯลฯ เป็นส่วนมาก เช่น “ไส้กี่ขด ๆ”(หมายถึงความลับภายในหรือเรื่องส่วนตัว) สาวไส้ให้กากิน, ไส้เป็นน้ำเหลือง ฯลฯ

ขอขอบคุณข้อมูล
salanluck.awardspace.com

สำนวนไทย:หมวด ล

ส.ค.-20-2009 By marita

หมวด ล

ล้วงคองูเห่า
           สำนวนนี้ หมายถึง คนที่ทำอะไรองอาจล่วงล้ำ หรือกล้าเข้าไปทำอะไรแก่ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า โดยทั้งที่รู้หรืออาจไม่รู้ เช่นการเข้าไปฉกฉวยทรัพย์สินในบ้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกล้าเข้าไปก่อนความเดือดร้อนแก่ผู้มีอิทธิพลในถิ่นนั้น ๆ

ลงบันไดสามขั้นไม่มีความสุข 
         หมายความว่า การลงบันได คือการออกจากบ้านไปแล้ว ย่อมไม่มีความสุข ความหมายทำนองเดียวกับว่าการจากบ้านของตนเองไปไกล หรือไปอยู่ถิ่นไหนก็คงไม่มีความสุขเหมือนอยู่บ้านเราเอง

 ลงเรือแปะ ตามใจแปะ
          หมายความว่า เมื่อไปอยู่กับใคร หรือไปอาศัยอยู่บ้านใคร ก็ต้องเกรงใจหรือยอมทำตามเขา ความหมายอย่างเดียวกับคำว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม” (เรือแป๊ะ ก็คือ เรือของตาแป๊ะจีนเก่า ๆ)
 
ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก   
          หมายถึง คนที่ดีแต่พูดแต่จะให้ทำจริง ๆ กลับทำไม่ได้ เปรียบได้กับการละเลงขนมเบื้อง ซึ่งถือว่าต้องละเลงด้วยฝีมือหรือละเลงเป็นจริง ๆ ถึงจะทำได้ ไม่ใช่ของง่ายนัก

ลางเนื้อชอบลางยา  
          หมายความว่า แต่ละคนต่างมีรสนิยมแตกต่างกัน หรือไม่ตรงกัน เป็นสำนวนที่ได้มาจากการใช้ยารักษาโรค ที่ว่ายาขนานเดียวกันรักษาคนหนึ่งหายแต่อีกคนหนึ่งไม่หาย ทั้ง ๆ ที่เป็นโรคเดียวกัน แปลว่ายาถูกโรคกับคนหนึ่ง แต่ไม่ถูกโรคกับอีกคนหนึ่ง

ลิงหลอกเจ้า
          หมายถึง คนที่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ทำตัวเรียบร้อย แต่ลับหลังซนเป็นลิงเป็นค่าง
 
ลูกไก่ในกำมือ 
          แปลว่า อยู่ในอำนาจเหนือกว่าจะทำอย่างไรก็ได้ จะให้ตายหรือให้รอดก็ได้ ตามสำนวนเดิมว่า “ลูกไก่อยู่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคายก็รอด”

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
          ความหมายอย่างเดียวกับที่ว่า “ดูช้างให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่” เพราะมีความหมายว่า ลูกย่อมไม่แตกต่างไปจากพ่อแม่แต่ถ้าพูดว่า “ลูกไม้หล่นไกลต้น” ความหมายก็อยู่ในลักษณะตรงกันข้าม แปลว่า ลูกที่มีนิสัยห่างไกลหรือแตกต่างกับพ่อแม่
 
ลูบหน้าปะจมูก  
          สำนวนนี้ มีความหมายโดยเฉพาะถือการกระทำอะไรสักอย่างที่ตั้งใจว่า จะทำโดยเด็ดขาดต่อเมื่อทำลงไปแล้ว ก็กลายเป็นกระทบกระเทือนถึงพวกเดียวกันเองเข้า เช่น การจะสอบสวนหาผู้กระทำผิด ครั้นลงมือสอบไปแล้วก็พบว่า ผู้กระทำผิดนั้นมิใช่ใครอื่น คือพวกพ้องเดียวกันนั่นเอง ทำให้ความตั้งใจอย่างเด็ดขาดแต่แรก มีอันล้มเหลวไป

 เล่นกับหมาหมาเลียปาก เล่นกับสากสากต่อยหัว
          สำนวนต่อเนื่องกันทั้งสองประโยคนี้ มีความหมายว่าการลดตัวเองลงไปเล่นหัวคลุกคลีกับคนที่ต่ำกว่าหรือเด็กที่มีอายุน้อยกว่ามาก คนผู้นั้นหรือเด็กนั้นก็อาจจะเลียตีเสมอลามปามเข้าให้ สำนวนที่ว่า “เล่นกับหมาหมาเลียปาก” นั้นมีประสบการณ์ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เพราะธรรมชาติของหมาเป็นเช่นนั้น

เลี้ยงช้างกินขี้ช้าง
          หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่อะไรก็ตามแต่แล้วพลอยได้มีส่วนผลประโยชน์จากหน้าที่ที่ตนทำอยู่นั้น โดยไม่บริสุทธิ์นัก หรือไปในทำนองที่ไม่ชอบธรรม สำนวนนี้มาจากสมัยโบราณ ซึ่งคงจะเป็นที่พบเห็นกันว่า คนเลี้ยงช้างของหลวงในสมัยนั้น คงมีผลประโยชน์พลอยได้จากค่าเลี้ยงดูช้างอยู่บ้างก็ได้ แต่คงไม่มากนัก

เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ 
          สำนวนนี้ มุ่งหมายโดยเฉพาะกับผู้ที่เลี้ยงลูกของตน หรือเลี้ยงเด็กที่เป็นลูกบุญธรรมก็ตาม ถ้าเด็กนั้นมีสันดานชั่วร้าย เมื่อโตขึ้นก็ย่อมก่อความเดือดร้อนลำบาก ให้แก่ตนเองเปรียบได้กับการเลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ เมื่อยังตัวเล็กอยู่ยังไม่เป็นภัย แต่โตขึ้นก็อาจทำความเดือดให้แก่ผู้เลี้ยงได้เป็นส่วนมาก

เลือดข้นกว่าน้ำ 
          ความหมายว่า ญาติพี่น้องของตนเองย่อมสำคัญกว่าผู้อื่น เพราะอยู่ในวงสกุลเดียวกัน

ลงเรือลำเดียวกัน 
ตกอู่ในสภาพเดียวกัน

ลิงตกต้นไม้ 
ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดอาจพลาดพลั้งในเรื่องนั้นได้

ลูกผีลูกคน 
เอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้

เล่นกับไฟ 
ลองดีกับผู้มีอำนาจหรือบารมี เสี่ยงกับความรัก

เลือดเข้าตา 
ต่อสู้อย่างไม่กลัวตาย

ลงรอยกัน
 เข้ากันได้

ล้ำหน้า
 เกินเลยไปกว่าที่ควร

เล็กพริกขี้หนู
 เล็กแต่มีความสามารถ

เลือดขึ้นหน้า
 โมโห

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล
salanluck.awardspace.com
elearning.spu.ac.th
pasathai01.exteen.com

 

 

สำนวนไทย : หมวด ย

ก.ค.-28-2009 By marita

หมวด ย

ยื่นแก้วให้วานร 
          หมายถึง เอาของมีค่าหรือของดีไปให้กับคนที่ไม่รู้จักค่าของของนั้น ทำให้เปล่าประโยชน์ความหมายอย่างเดียวกับ “ไก่กับพลอย”

ยกเมฆ
         สำนวนคำพังเพยคำนี้เป็นคำที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการกล่าวถากถาง เยาะเย้ยโดยตรง จะมีสำนวนที่คล้ายๆ กันอยู่อีกสำนวนหนึ่งคือ “ดั้นเมฆ” เพียงแต่หมายถึงการเดาส่ง ไม่ใช่พูดส่งๆ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้คำนิยามไว้ว่า คือ “การเดาเอา นึกคาดเอาเอง หรือกุเรื่องขึ้น” ที่มาของสำนวนยกเมฆนี้มาจากความเชื่อในลางบอกเหตุที่ปรากฏในก้อนเมฆบนท้องฟ้า ซึ่งผู้ที่ใช้วิธีนี้มากที่สุดคือพวกหมอดู ที่จะใช้วิธียกเมฆในการทำนาย

ย่างสามขุม
         สำนวนคำพังเพยคำนี้โบราณนำกิริยาของนักมวยเข้ามาเปรียบเทียบ ให้เห็นลักษณะของกิริยาที่เดินเป็นก้าวเป็นจังหวะยักเยื้องเป็นสามเส้า หรือ สามท่า อย่างคนฟันดาบหรือนักมวยในสังเวียน ความหมายของ “ย่างสามขุม” ก็คือ เดินจ้องเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเข้าใส่ นั่นแหละ

ยาหม้อใหญ่
         คำพังเพยสำนวนนี้ใช้ยาสมุนไพรเข้ามาเปรียบเทียบ ซึ่งถือว่าเป็นคำพังเพยโบราณที่มีความหมายออกไปทางคำนามประกอบคุณศัพท์ คือ หม้อ และใหญ่ ความหมายของพังเพยคำนี้คือ น่าเบื่อหน่าย น่าเอือมระอา ไม่น่ายินดี เพราะยาหม้อใหญ่นั้นจะมีตัวยาสมุนไพรจำนวนมาก และจะมีทั้งความขมและขื่น ไม่พึงประสงค์จะปรุงกินง่ายๆ

ยกตนข่มท่าน
         คำพังเพยสำนวนนี้ถือว่าเป็นนามธรรม เพราะจะเป็นเรื่องของคำพูด ทำนองยกย่องตัวเอง ข่มขู่ผู้อื่น พูดทับถมผู้อื่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความเหนือกว่า กิริยาอย่างนี้โบราณสอนไว้ว่า ถ้ามีอยู่ในผู้ใดก็จะไม่มีใครเขามาร่วมสังฆกรรมเสวนาด้วย

ยื่นหมูยื่นแมว
         สำนวนคำพังเพยคำนี้โบราณประสงค์จะกล่าวให้เป็นการยืนยันว่าจะทำหรือไม่ทำ นำเอาหมูกับแมวมาเปรียบเป็นอุปมาซึ่งคุณค่าอาจแตกต่างกัน แต่เมื่อเป็นประสงค์ของทั้งสองฝ่าย ก้เอามาแลกกันได้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างได้รับในสิ่งที่ต้องการในเวลาเดียวกัน

ยุ่งเหมือนยุงตีกัน
         สำนวนนี้โบราณมองธรรมชาติของสัตว์เอามาสร้างเป็นอุปมาเปรียบเทียบ ยุงนั้นจะมีจำนวนมากจนเรียกว่า บินว่อนไปหมด เมื่อเวลายุงเกิดอารมณ์โกรธจะเข้าตีกันก็จะเห็นว่ามันชุลมุนวุ่นวาย ใช้เปรียบเปรยเป็นการว่ากล่าวโดยเฉพาะ เป็นสำนวนของผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโสใช้กัน ความหมายก็คือ มัน ยุ่งเหยิงสับสนปนเปกันจนดไม่ได้

ยืมจมูกคนอื่นหายใจ
         โบราณใช้สำนวนคำพังเพยนี้สั่งสอนคนว่า เกิดเป็นคนจะต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง จึงจะประสบผลสำเร็จได้ การอาศัยไหว้วานผู้อื่นให้ทำให้ ไม่สะดวกเหมือนลงมือทำด้วยตนเอง มีบางสำนวนกล่าวว่า “พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ” หรือ “เอาจมูกคนอื่นมาหายใจ” มันไม่คล่องเหมือนหายใจด้วยตัวเอง

ย้อมแมวขาย
         โบราณถือง่าแมวคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ชนิดหนึ่งของมนุษย์ เพราะแมวนั้นอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ที่สุด จึงเอาแมวยกเป็นมาเป็นอุทธาหรณ์ว่า การที่ตกแต่งของไม่ดี โดยมีเจตนาให้ผู้อื่นเชื่อว่าดีอย่างนี้ เหมือนจับแมวมาย้อมขน ให้ได้สีตามโฉลกเพื่อจะขายได้ราคาแพง เป็นเรื่องหลอกลวงโบราณไม่เชื่อถือ

ยกตัวขึ้นเหนือลม 
          ปัดความผิดให้พ้นตัว ยกตนเหนือคนอื่น

ยกภูเขาออกจาอก 
          โล่งอก หมดวิตกกังวล

ยกหางตนเอง 
          ยกตนเองว่าดีว่าเก่ง

ยิ้มด้วยปาก ถากด้วยตา 
          เยาะเย้ยด้วยกิริยาท่าทาง

ยืนกระต่ายสามขา 
          พูดยืนยันอยู่คำเดียวไม่เปลี่ยนแปลง

ยื่นแก้วให้วานร 
          ให้ของมีค่าแก่คนที่ไม่รู้คุณค่า

ยื่นหมูยื่นแมว 
          แลกของกันโดยต่างฝ่ายส่งยื่นและรับในเวลาเดียวกัน

ยุให้รำตำให้รั่ว 
          ยุให้แตกหรือผิดใจกัน

ขอขอบคุณที่มาจาก
9bkk.com 
elearning.spu.ac.th
salanluck.awardspace.com

สำนวนไทย:หมวด ม

ก.ค.-21-2009 By marita

หมวด ม

มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก
          สำนวนนี้หมายถึงคนที่พูดเก่ง หรือตลบแตลงเก่ง พูดกลับกลอกได้รอบตัว หรือพูดจนจับคำไม่ทัน เป็นที่ไม่น่าเชื่อถือและไว้ใจ เปรียบเหมือนกับว่าเป็นคนหลบหลีกได้คล่อง ถึงจะเอามะกอกใส่เต็มตะกร้า ๓ – ๔ ตะกร้ามาขว้างปาก็ไม่ถูก ทำนองเดียวกับที่ว่า “จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน”

มะนาวกลมกลี้ยง บ่มีคนกลึง  
          สำนวนนี้ มักใช้ควบคู่กับ “หนามแหลม บ่มีคนเสี่ยม มะนาวกลมเกลี้ยง บ่มีคนกลึง” หรือบางทีก็พูดว่า “หนามแหลมไม่มีคนเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงไม่มีคนกลึง” แปลว่า คนที่มีสติปัญญาหรือมีความสามารถเก่งกาจนั้น อาจเป็นผู้ที่ไม่ต้องมีใครสอนเลยก็ได้ โดยเกิดขึ้นเองในตัว หรือหมายถึง คนที่มีตระกูลดีหรือบรรพบุรุษดีมาแล้ว ตนเองก็ย่อมจะมีแววดีติดตามมาด้วย โดยไม่ต้องมีใครสอน

มะพร้าวห้าวมาขายสวน 
          สำนวนนี้ เป็นคำเปรียบเปรยคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือโง่เขลา เช่น เอาอะไรมาแสดงอวดกับคนที่เขารู้ดีอยู่แล้ว หรือเรียกว่าทำไปโดยไม่คิดว่าเขาจะรู้ดีกว่าตน เปรียบเหมือนเอามะพร้าวห้าวหรือมะพร้าวแก่ไปขายกับชาวสวนที่มีมะพร้าวอยู่แล้ว ความหมายอย่างเดียวกับคำว่า “ห้าแต้ม”

มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ 
          เป็นสำนวนที่หมายถึง คนที่ไม่ช่วยเขาทำงานแล้ว ยังไปทำตัวให้เป็นที่กีดขวางเกะกะแก่งานของเขาอีกด้วย เพราะเมื่อเอาเท้าหรือตีนไปราน้ำเวลานั่งเรือที่เขาพายอยู่ด้วยนั้น ก็ย่อมจะทำให้เท้าไปต้านน้ำไว้ ทำให้เรือแล่นช้าลงอีก

ไม่ได้ด้วยเลห์เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ เอาด้วยคาถา
          เป็นสำนวนที่หมายความว่า ทำด้วยวิธีหนึ่งไม่สำเร็จ ก็พยายามจะทำอีกวิธีหนึ่ง หรือหาวิธีอื่น ๆ ที่คิดว่าจะทำให้ได้มาทำ เป็นความหมายในทำนองที่ว่า เป็นการใช้อุบายเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้

ไม่พ้นชวด ฉลู ขาล เถาะ
          สำนวนนี้ เราอาจจะไม่คอยได้ยินในสมัยนี้นัก เพราะเป็นสำนวนเก่าแก่ของคนในสมัยก่อน ๆ ใช้พูดกัน มีความหมายว่า “ไปไม่รอด”หรือไปไม่ได้ตลอด หรือไปให้ไกลแสนไกลแค่ไหนก็จะต้องหมุนเวียนกลับมาอีก เปรียบเหมือนปี ๑๒ นักกษัตร ที่หมุนเวียนอยู่เรื่อยไปภายใน ชวด ฉลู ถึง กุล สำนวนนี้มักใช้ประชดคนที่ทำใจแข็งโดยไม่สมเหตุผล 

ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้
          หมายความว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้น มักจะต้องมีเหตุหรือมีเค้ามูลมาก่อน ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ

 ไม่รู้จักเสือ เอาเรือเข้ามาจอด ไม่รู้จักมอดเอาไม้เข้ามาแหย่
          ทั้งสองสำนวนนี้ แปลว่า การทำอะไรที่แสดงความเซ่อเขลาของตนโดยไม่พิจารณาเสียก่อนมักมุ่งหมายไปในทำนองที่ว่า ไปต่อสู้หรือแข่งขันกับคนที่เขาชำนาญกว่าหรือเก่งกว่า โดยไม่รู้ว่าเป็นใคร เช่นหลงไปเล่นการพนันกับนักพนันที่เก่งและชำนาญเข้าโดยไม่รู้จัก เปรียบได้กับเอาเรือเข้าไปจอดในป่าที่มีเสือดุ ๆ หรือเอาไม้เข้าไปแหย่ให้มอดกัดกินเล่นสบาย

ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้
          หมายถึง การด่วนทำอะไรล่วงหน้าไปก่อน โดยที่ยังไม่รู้ว่า การณ์ข้างหน้าจะมีหวังแน่นอนหรือเปล่า เพราะไม่มีเค้าว่าจะปรากฏภายหน้าให้เห็นเลยเรียกว่า เป็นการคาดคะเนล่วงหน้าไว้ก่อน แล้วก็รีบจัดเตรียมไว้ โดยถ้าหากผิดคาดไปก็เสียเปล่า

ไม้ซีกงัดไม้ซุง 
          สำนวนนี้ หมายถึง คนผู้น้อยหรือผู้มีฐานะต่ำไปคัดค้าน หรือไปก่อความกับผู้มีอำนาจสูงกว่า หรือมีฐานะดีกว่า ก็ย่อมจะเป็นผู้แพ้หรือทำไม่สำเร็จ มีแต่จะได้รับอันตรายอีกด้วย เพราะไม้ซีกเล็กกว่าไม้ซุง เมื่อเอาไปงัดไม้ซุงจะให้พลิกขึ้น ก็รังแต่ไม้ซีกจะหักเปล่า
 
ไม้ล้มจึงข้าม คนล้มอย่าข้าม
          ความหมายของสำนวนนี้ อธิบายไว้แล้วใน “คนล้มอย่าข้าม”

ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก  
          อบรมสั่งสอนให้เด็กประพฤติดีได้ง่ายกว่า อบรมสั่งสอนผู้ใหญ่

ม้วนเสื่อ 
          เสียการพนันหมดตัว เลิกกิจการ

มะนาวไม่มีน้ำ 
          พูดไม่มีเยื่อใย

มัดมือชก 
          บังคับหรือใช้วิธีใดๆให้อีกฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในอำนาจ แล้วจัดการตามใจ

มันเทศขึ้นโต๊ะ 
          ของเลวแต่เอาไปไว้ในที่สูงเกินไป

มากหน้าหลายตา 
          มากมาย

มากหมอมากความ 
          มากคนมากเรื่อง

มารคอหอย 
          ขัดผลประโยชน์ที่ผู้อื่นควรจะได้

มารหัวขน 
          ลูกที่อยู่ในท้อง แต่ไม่ปรากฎว่าใครเป็นพ่อ

มาสำเภาเดียวกัน 
          พวกเดียวกัน

มาเหนือเมฆ 
          ชั้นเชิงสูง

ม้าดีดกระโหลก 
          กิริยากระโดกกระเดก ไม่เรียบร้อย

มีภาษีกว่า 
          ได้เปรียบ

มีเส้น 
          มีเจ้านายคอยช่วยเหลือ

มีหน้าทีตา 
          มีคนนับถือ

มีอันจะกิน 
          ค่อนข้างมีเงินทอง

มีอายุ 
          ย่างเข้าวัยชรา

มืดแปดด้าน 
          ไม่รู้เรื่อง

มืดฟ้ามัวดิน 
          มากมายนับไม่ถ้วน

มือซุกหีบ 
          เอาตัวเองไปเกี่ยวข้องแบกรับภาระทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตน

มือที่สาม 
          ผู้สอดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

มือสะอาด 
          มีความประพฤติดี

มือห่างตีนห่าง 
          สุรุ่ยสุร่าย

มืออ่อนตีนอ่อน 
          อาการหมดแรงเพราะตกใจ

เมาดิบ 
          ทำอาการเหมือนคนเมา แต่ไม่เมา

เมื่อเอยก็เมื่อนั้น 
          ชักช้า อืดอาด

แม่ม่ายไร้ทาน 
          แม่ม่ายขัดสน

ไม่กี่นน้ำ 
          ไม่ช้า ไม่นาน

ไม่เข้าใครออกใคร 
          ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ไม่เข้ายา 
          ไม่ได้เรื่อง

ไม่ชอบมาพากล 
          ไม่น่าไว้ใจ

ไม่เชิง 
          ไม่เป็นอย่างใดอย่างหนึ่

ไม่ใช่ขี้ไก่ 
          ไม่เลว มีอะไรดีเหมือนกัน

ไม่ดูดำดูดี 
          เลิกเกี่ยวข้องด้วย

ไม่ดูตาม้าตาเรือ 
          ไม่พิจารณาให้ดี

ไม่ได้ศัพท์ 
          ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ความ

ไม่ได้สิบ 
          งงจนคิดอะไรไม่ออก

ไม่ตายก็คางเหลือง 
          ไม่ตายก็เจ็บหนัก

ไม่เต็มบาท 
          บ้าๆ บอๆ

ไม่เต็มหุน 
          สติไม่ดี

ไม่ถูกโรคกัน 
          เข้ากันไม่ได้

ไม่พูดพร่ำทำเพลง 
          ไม่รอช้า ทันทีทันใด

ไม่มีปี่มีกลอง 
          ไม่มีเค้า

ไม่รู้จักหัวนอนปลายตีน 
          ไม่รู้พื้นเพ ความเป็นมา

ไม่เหลือบ่ากว่าแรง 
          ไม่เกินความสามารถ

ไม่เออออห่อหมก 
          ไม่ตกลงด้วย

ไม้ใกล้ฝั่ง 
          แก่ใกล้จะตาย

ไม้งามกระรอกเจาะ 
          หญิงสวยมักไม่บริสุทธิ์

ไม้นอกกอ 
          คนที่ทำตัวนอกแบบแผน

ไม้เบื่อไม้เมา 
          ขัดกันตลอดเวลา

ไม้ป่าเดียวกัน 
          พวกเดียวกัน

ไม้ร่มนกจับ 
          ผู้มีวาสนาย่อมมีคนพึ่งพา

ไม้หลักปักเลน 
          โลเล ไม่แน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
student.nkw.ac.th
skr.ac.th
awardspace.com

สำนวนไทย:หมวด พ

มิ.ย.-23-2009 By marita

หมวด พ

พกหินดีกว่าพกนุ่น
          คำว่า “พกหิน” หมายถึง ใจคอหนักแน่น เปรียบเหมือนเอาหินหนัก ๆ มาไว้กลับตัว ส่วน “พกนุ่น” หมายถึง ใจเบา หรือหูเบาเอนเอียงง่าย เพราะนุ่นเป็นของเบา สำนวนนี้จึงหมายถึง ทำใจคอให้หนักแน่นไว้ดีกว่าหูเบาหรือใจเบา หลงเชื่อคำของคนอื่น
 
พบไม้งามเมื่อขวานบิ่น 
          สำนวนนี้ ใช้เป็นความหมายโดยเฉพาะกับผู้ชายเราที่บังเอิญมาพบผู้หญิงสวยงาม ถูกใจอย่างแท้จริงคนหนึ่งเข้า แต่ก็เป็นการสายเสียแล้ว เพราะวัยของคนชราภาพหรือมีครอบครัวเต็มทีแล้ว ก็เท่ากับว่า สังขารของตนไม่อำนวย เพราะ “ขวาน” ที่จะใช้การก็มามีอัน “บิ่น” ตัดไม้หรือตัดอะไรไม่ได้เสียแล้ว

 พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ 
          หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขจากของเดิมให้มันผิดแผกแตกต่างออกไปทั้งหมด หรือคิดว่าจะทำอย่างนี้ แต่กลับเปลี่ยนแปลงไปทำอีกอย่างในลักษณะตรงกันข้าม เปรียบได้กับ หลังมือและหน้ามือ

 พิมเสนแลกกับเกลือ
          หมายความว่า ยอมลดตัวเองไปทำในสิ่งที่ต่ำกว่า หรือไม่คู่ควรกัน ความหมายของ “พิมเสน”ย่อมมีราคากว่า “เกลือ” การทำตนเองให้มีราคาตัวของตนตกต่ำลงไปก็เท่ากับว่า เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ

 พุ่งหอกเข้ารก
          สำนวนนี้ หมายถึงทำอะไรที่สักแต่ว่าทำลงไปให้แล้วเสร็จ โดยไม่คิดคำนึงถึงผลเสียหรือผลที่จะได้รับเป็นอย่างไร เปรียบได้กับการพุ่งหอกเข้าไปในที่รก โดยไม่รู้ว่า หอกนั้นจะไปตกต้องโดนอะไรเข้าไปเป็นผลเสียหายบ้าง เพราะในที่รกย่อมมองไม่เห็นว่ามีอะไร

เพชรตัดเพชร 
          สำนวนนี้ หมายถึงคนที่มีความสามารถดีกับคนที่มีความสามารถพอ ๆ กัน มาพบกันเข้าต่างฝ่ายย่อมจะทำอะไรกันไม่ได้ เพราะเท่ากับเก่งด้วยกัน เหมือนเพชรคม ๆ ด้วยกัน

 พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง 
          หมายความว่า พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้นิ่งไว้ดีกว่า

 แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร
          สำนวนนี้ มาจากธรรมเทศนาที่สอนให้คนเรารู้จักอดกลั้นใจ หรือระงับยับยั้งความโกรธในการที่คิดจะสู้กับฝ่ายศัตรู มิให้เป็นเรื่องราวลุกลามใหญ่โตเกิดขึ้น โดยที่ฝ่ายรู้จักคิดอดกลั้นไม่ต่อกรด้วย ถึงจะเป็นผู้แพ้ก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ประเสริฐกว่าผู้ที่คิดจะทำร้ายเขาเพื่อเอาชนะพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก       
           มีทุกข์สองประการในเวลาเดียวกัน

 

พลั้งปากเสียศีล พลั้งตีนตกต้นไม้
          สอนให้สำรวม อย่าพูดอะไรทำอะไร โดยไม่ระวัง

พอแย้มปากก็เห็นไรฟัน        
          รู้เสียแต่แรกว่าจะพูดอะไร

พายเถิดพ่อพาย ตลาดจะวาย สายบัวจะเน่า
         สอนให้ขยันตื่นแต่เช้าแล้วรีบทำงาน มิฉะนั้นจะหมดโอกาส ของจะเสีย

พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ             
          อาศัยคนอื่นเสมอ ไม่ช่วยตัวเอง

พึ่งลำแข้งตนเอง                 
         ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่พึ่งใคร

พูดดีเป็นเงินเป็นทอง              
        พูดได้ประโยชน์

พูดดีเป็นศรีแก่ตัว พูดชั่วปราชัย
        พูดดีได้ความสรรเสริญ พูดชั่วเป็นอันตราย

พายเรือในอ่าง                     
         พูดหรือทำอะไรวกวน

พระเตมีย์ใบ้ 
           นิ่งเฉย วางเฉย

พระยาเทครัว
          ชายที่ได้หญิงเป็นภรรยา ทั้งแม่และลูก หรือทั้งพี่ทั้งน้อง

พระอิฐพระปูน
          นิ่งเฉย ไม่เดือดร้อน ไม่ยินดียินร้าย พร้อมหน้าพร้อมตาพร้าขัดหลังเล่มเดียว
          คนดีถ้าขยันก็ตั้งตัวได้

 

พริกกะเกลือ
          ชอบวิวาทกันอยู่เสมอ

พลอยฟ้าพลอยฝน
          ไม่ได้เกี่ยงข้องก็เป็นไปด้วย

พลัดที่นาคาที่อยู่
         พลัดพรากจากถิ่นฐานเดิม

พลิกกระเป๋า
          เสียจนหมดตัว

พลิกแผ่นดิน
          เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบ อาการที่ตามหาเท่าไรก็ไม่เจอ

พอลืมตาอ้าปาก
          พอมีพอกิน

พอฟีดพอเหวี่ยง
          พอสู้กันได้

พอแรง
         เต็มแรง

พ่อแจ้แม่อู
          พันทาง ต่างพันธุ์กัน

พ่อพวงมาลัย 
          ชายที่ปล่อยชีวิตตามสบาย ไม่ยอมตั้งตัว

พ่อหม้ายทรงเครื่อง 
          พ่อหม้ายมั่งมีเงินทอง

พ่อลิ้นทอง 
          คนที่พูดเก่ง

พับฐาน 
          เลิกล้ม ทำลายหมด

พะเนินเทินทึก 
          มากมายก่ายกอง

พูดเป็นต่อยหอย 
          พูดไม่หยุดปาก

พูดเป็นนัย 
          พูดแสดงให้รู้ชั้นเชิงอยู่ในที

เพชรร้าว 
          ที่มีตำหนิ

แพแตก 
          พลัดพรากจากัน กระจัดกระจาย

แพะรับบาป 
          คนที่รับเคราะห์กรรมแทนผู้อื่น

ขอบคุณที่มาข้อมูล
salanluck.awardspace.com
sema.go.th
student.nkw.ac.th

สำนวนไทย:หมวด ฝ

มิ.ย.-16-2009 By marita

หมวด ฝ

m81

-ฝนทั่งให้เป็นเข็ม
     เป็นสำนวนที่หมายถึง การทำอะไรก็ตามแต่ จะต้องพยายามให้เต็มกำลังความสามารถของตนเอง หรือทำให้สำเร็จลงได้
-ฝากเนื้อไว้กับเสือ
     แปลว่า ไว้เนื้อเชื่อใจโดยฝากสิ่งใดไว้กับผู้ที่ชอบสิ่งนั้น สิ่งนั้นก็ย่อมจะสูญได้เช่นฝากสาวงามไว้กับผู้ชายเจ้าชู้ เจ้าชู้ผู้นั้นหรือจะอดได้
-ฝนตกอย่าเชื่อดาว  มีเมียสาวอย่าไว้ใจแม่ยาย 
     เป็นสำนวนสุภาษิตที่สอนให้ว่า อย่าไว้ใจอะไรที่เดียวจนเกินไปนัก เปรียบกับที่ว่า เห็นดาวอยู่เต็มท้องฟ้า ไม่มีท่าว่าฝนจะตกลงมาเลย แต่ฝนก็อาจจะตกลงมาได้ ส่วนที่ว่า “มีเมียสาวอย่าไว้ใจแม่ยาย” นั้นคงเข้าทำนองที่ว่า แม่ยายที่มีลูกสาวสวยนั้นก็อย่าเพิ่งไปไว้ใจว่า แม่ยายจะไม่คิดพรากลูกสาว หรือเมียสาวของเราไปให้กลับผู้ชายที่มีฐานะดีกว่า เพราะอาจมีแม่ยายบางคนที่เห็นแก่เงินก็ได้
-ฝนตกขี้หมูไหล 
     พลอยเหลวไหลไปด้วยกัน  มักใช้เข้าคู่กับ คนจัญไรมาพบกัน    
-ใฝ่ร้อนจะนอนเย็น ใฝ่เย็นจะเข็ญใจ 
      ใฝ่ร้อน คือให้ขยันมานะบากบั่นทำการงานจะสุขสบาย ภายหน้า ใฝ่เย็นคือเกียจคร้านเสียแต่ต้นจะยากจนในภายหน้า
-ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง
     สั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย
-ฝรั่งบางเสาธง
      คนวางท่าเหมือนฝรั่ง
-ฝ่าคมหอกคมดาบ
      เสี่ยงภัยในสงคราม เสี่ยงอันตรายจากอาวุธนานาชนิด
-ฝันกลางวัน
     นึกฝันถึงสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริง
-ฝากเนื้อฝากตัว
     มอบตัวให้อยู่ในความดูแลของผู้อื่น
-ฝากผีฝากไข้
     ขอยึดเป็นที่พึ่งจนวันตาย
-ฝากไว้ก่อน
      ผูกใจเจ็บ ตั้งใจแก้แค้นภายหลัง

ขอบคุณที่มาข้อมูลและรูปภาพ
salanluck.awardspace.com
skr.ac.th
sema.go.th
student.nkw.ac.th
thaigoodview.com

สำนวนไทย:หมวด ต

เม.ย.-10-2009 By marita

สำนวนไทย
หมวด ต

ตกกระไดพลอยโจน
สำนวนนี้ทางหนึ่งหมายถึง ว่ากันว่าการทำอะไรที่บังเอิญเกิดผิดพลาดขึ้น โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง หรือทำไปได้ครึ่งแล้ว ก็จำต้องทำมันต่อไปให้เสร็จสิ้นเสียเลยเรียกว่า  “พลอยโจน” อีกทางหนึ่ง คงจะหมายถึงการพลอยผสมโรงหรือพลอยตามไปด้วยกับเขา ทำนองเดียวกับที่ว่า เห็นคนอื่นตกกระได ตนเองก็เลยพลอยโจนตามโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง แต่อีกทางหนึ่ง อาจหมายความได้ว่าการกระทำอะไรบังเอิญผิดพลาด คือ “ตกกระได”ก็เลยใช้วิธีกระโจนลงไปเสีย เพื่อไปตั้งหลักเอาใหม่ดีกว่าปล่อยให้ตกกลิ้งลงไป

ติเรือทั้งโกลน
เป็นสำนวนหมายความว่า ชิงติงานที่เขาเริ่มทำใหม่ ๆ เสียก่อน ยังไม่ทันได้เห็นผลงานของเขาหรือเรียกว่า มีปากก็ติพล่อย ๆ โดยไม่รู้ว่า ฝีมือเขาจะเป็นยังไง “โกลน” ในสำนวนนี้หมายถึง ซุง ทั้งต้นที่เขาเอามาเกลาหรือถากตั้งเป็นรูปขึ้นก่อนเพื่อจะต่อเป็นเรือขุด โกลนในชั้นแรกจึงดูไม่ค่อยเป็นรูปร่างดี ต่อเมื่อโกลนดีแล้ว จึงตบแต่งค่อยเป็นค่อยไปจนเป็นรูปเรือ

ตีงูให้กากิน
หมายถึง การลงทุนลงแรงทำอะไรขึ้นอย่างโดยไม่ได้เกิดประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เปรียบเหมือนตีงูซึ่งต้องใช้ความกล้าหรือกำลังเล่นงานงู แต่ครั้นพองูตายแล้วก็เอามาทำประโยชน์อะไรไม่ได้ ต้องทิ้งหรือปล่อยให้กามาจิกกินเอาตามสบาย กา หรือ อีกา ในสมัยก่อนได้เห็นกันมาก จึงมักจะเอามาผูกเป็นสำนวนพังเพยอยู่ด้วยเสมอ เช่น “กาหน้าดำ เขาจำหน้าได้”  “กาคาบพริก” หรือ “สาวไส้ให้กากิน” เป็นต้น

ตีวัวกระทบคราด
เป็นสำนวนหมายถึง การแสร้งทำหรือแสร้งพูด เพื่อให้กระทบกระเทือนไปถึงอีกฝ่ายหนึ่ง การเอาวัวกับคราดมาเปรียบ ก็เพราะคราดซึ่งใช้เป็นเครื่องมือกวาดลานฟางหรือหญ้าในนานั้นผูกเป็นคันยาวใช้วัวลากและคราดจะเป็นฝ่ายกระตุ้นให้วัวทำงานลากคราดไป ซึ่งผลงานคงจะอยู่ที่คราดเป็นตัวกวาด เมื่อคราดไม่ทำงานก็เลยใช้วิธีตีวัวให้ลากคราด เป็นทำนองว่า “ตีวัวกระทบคราด” วัวเลยกลายเป็นแพะรับบาปเพราะคราด ความหมายคล้ายกับว่า เราทำอะไรคนหนึ่งไม่ได้ เช่น โกรธเขาแต่กลับไปเล่นงานสัตว์เลี้ยงหรือคนใกล้ชิดของเขา เป็นการตอบแทน

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
สำนวนนี้ โบราณมักใช้พูดกันมาก หมายถึงการกระทำอะไรสักอย่างที่ไม่เหมาะสมหรือได้สมดุลกัน หรือใช้จ่ายทรัพย์ลงทุนไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เช่นลงทุนเล็กน้อยเพื่อทำงานใหญ่ซึ่งต้องใช้เงินมาก ๆ ย่อมไม่อาจสำเร็จได้ง่าย ต้องสูญทุนไปเปล่า ๆ เปรียบเหมือนตำน้ำพริกเพียงครกเดียว เอาไปละลายในแม่น้ำกว้างใหญ่ เมื่อละลายไปก็จะสูญหายไปหมดสิ้นไปทำให้แม่น้ำเกิดอะไรผิดปกติขึ้น เสียน้ำพริกไปเปล่า ๆ

ต้นไม้ตายเพราะลูก
สำนวนนี้เอามาเปรียบได้กับ พ่อแม่ที่ต้องเสียเพราะลูก เช่นรักลูกมากจนยอมเสียสละชีวิต หรือทรัพย์สินเพื่อลูก ตามที่ว่า “ต้นไม้ตายเพราะลูก” ก็โดยที่ว่าต้นไม้บางชนิด เมื่อมีลูกหรือมีดอกผลมักจะตาย หรือโค่นเพราะคนมาเก็บ หรือเมื่อออกดอกผลแล้ว เหี่ยวเฉาตายไปเองก็มี

s071


ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา

สำนวนนี้เป็นคำเปรียบเปรย หรือเป็นเชิงเตือนสติคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หรือคนที่ทะเยอทะยานทำตนเสมอกับคนที่สูงกว่า ให้รู้จักยั้งคิดว่าฐานะของตนเองเป็นอย่างไรเสียก่อน จึงค่อยคิดทำเทียมหน้าเขา ความหมายทำนองเดียวกับที่ว่า  “ส่องกระจกดูเงาของตัวเองเสียก่อน” สำนวนนี้ ผู้หญิงสูงศักดิ์มักจะใช้เป็นคำเปรียบเปรยเย้ยหยันผู้ชายที่มีฐานะต่ำต้อยกว่า

เตี้ยอุ้มค่อม

เป็นสำนวนที่หมายถึง คนที่มีฐานะยากจนอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ไปช่วยคนที่ยากจนกว่าตนเข้าอีก เท่ากับ “เตี้ยอุ้มค่อม” คือ ยิ่งทำให้ตัวเองแย่ลงไปอีก หรือจะเปรียบได้อีกทางหนึ่งว่าคนที่ทำงานหรือทำอะไรเป็นภาระใหญ่มากมายเกินสติกำลังของตน ซึ่งไม่แน่ว่าจะทำไปได้ตลอดหรือไม่

ตัวเป็นขี้ข้า อย่าให้ผ้าเหม็นสาบ
สำนวนนี้เป็นสุภาษิตเก่าแก่ ที่สอนให้คนเราประพฤติชอบแต่ในทางที่ดีไม่ให้ประพฤติตนไปในทางเสื่อมเสีย แม้จะมีฐานะยากจน เป็นคนใช้หรือลูกจ้างเขาก็ตามแต่ ก็ต้องรักษาความดีความซื่อสัตย์ รวมทั้งความสะอาดกายไปในตัวด้วย อย่าปล่อยตัวเองให้ตกเป็นทาสของความชั่ว

ตัวตายดีกว่าชาติตาย
สำนวนนี้เป็นสำนวนปลุกใจที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว มีความหมายไปในทางให้คนเรารักประเทศชาติหรือบ้านเมืองของตนเองให้มั่น เมื่อยามมีศัตรูมารุกรานบ้าเมืองก็พร้อมที่จะพลีชีวิตร่วมกันต่อสู้เพื่อป้องกันประเทศ โดยยอมให้ตนเองตายดีกว่าชาติหรือประเทศต้องถูกทำลายลง

ตักน้ำรดหัวตอ

สำนวนนี้ โบราณใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงการที่เราจะตักเตือน หรือสั่งสอนใครสักคนหนึ่งแต่คนนั้นไม่ยอมรับ หรือไม่เชื่อฟังคำเรา เปรียบได้กับการที่เราเฝ้าหมั่นรดน้ำหัวตอของต้นไม้ เพื่อหวังจะให้งอกงามขึ้นมาได้ ความหมายอย่างเดียวกับสำนวนพังเพยที่ว่า “ตักน้ำรดหัวสากล” และ “สีซอให้ควายฟัง”

ตาบอดได้แว่น
สำนวนนี้ประโยคควบคู่อยู่ด้วยอีกสองประโยคคือ  “หัวล้านได้หวี นิ้วด้วนได้แหวน” มีความหมายอย่างเดียวกัน คือหมายถึง การได้ในสิ่งที่มีประโยชน์แก่ตนเองเลยแม้แต่น้อย เพราะคนศรีษะล้านย่อมไม่มีผมจะหวี และคนตาบอดถึงจะใส่แว่นก็มองไม่เห็นเพราะแว่นไม่ช่วยให้คนตาบอดกลับเห็นได้

ตีตนไปก่อนไข้
สำนวนคำพังเพยนี้หมายถึง การได้ข่าวหรือได้แต่เพียงรู้ว่า จะมีอะไรที่ไม่ดี หรือข่าวร้ายเกิดขึ้นกับตัว โดยที่ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ก็ชิงแสดงอาการทุกข์ร้อนหวาดกลัว หรือวิตกกังวลไปเสียก่อนแล้ว ทำให้หมดกำลังใจหรือกำลังความคิดที่จะคิดป้องกันไว้ก่อน เรียกว่าไข้ยังไม่ทันมาถึงเลย ตัวเองก็ชิงเป็นไข้เสียก่อน เพราะความกระวนกระวายหรือตกใจนั่นเอง

ตีงูให้หลังหัก
คำพังเพยสำนวนนี้ เป็นคำเตือนสติให้เราได้รับรู้ว่า เมื่อจะทำอะไรก็ต้องตัดสินใจทำโดยเด็ดขาดหรือจริงจังลงไป อย่าทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ มิฉะนั้นผลร้ายจะเกิดขึ้นได้ภายหลัง เปรียบได้กับการที่จะตีหรือกำจัดงูพิษ เราก็ต้องตีให้ตาย หรือให้ถึงขนาดหลังหักไปเลย มันจะได้สิ้นฤทธิ์กลับมาทำร้ายเราไม่ได้

เต่าใหญ่ไข่กลบ
เป็นสำนวนที่หมายความว่า การทำอะไรที่เป็นพิรุธแล้วพยายามจะกลบเกลื่อนไม่ให้คนอื่นรู้ สำนวนนี้เอาเต่ามาเป็นคำเปรียบเทียบก็เพราะธรรมชาติของเต่าใหญ่ เช่น เต่าตนุเวลาจะวางไข่ ก็คลานขึ้นมาบนหาดทราย แล้วคุ้ยทรายให้เป็นหลุมเพื่อไข่ พอไข่เสร็จก็คุ้ยทรายกลบไข่เสีย เพื่อซ่อนไข่ของตนให้พ้นจากศัตรู หรือคนลักไปทำลาย

ตกเป็นเบี้ยล่าง : ตกเป็นรอง
ตบตา : ลวงให้เข้าใจผิด
ตบหัวลูบหลัง : ทำหรือพูดให้กระทบกระเทือนใน ในตอนแรก แล้วปลอบใจตอนหลัง
ต่อปาก ต่อคำ : เถียงกันไม่จบสิ้น
ต้นร้าย ปลายดี : ตอนแรกไม่ดี ไปดีเอาตอนหลัง
ตัวเป็นเกลียว : ขยันทำงาน
ตาร้อน : อิจฉาริษยา
ตกนรกทั้งเป็น : ลำบากแสนสาหัส

ขอบคุณที่มารูปภาพ
siamtower.com
ขอบคุณที่มาข้อมูล
salanluck.awardspace.com
pasathai01.exteen.com

เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง