งูเงี้ยวเขี้ยวขอ

        เมื่อพูดถึงสัตว์เลื้อยคลานมีพิษ คงต้องมีงูรวมอยู่ด้วย งูเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของปีนักษัตร มีทั้งงู (ตัว) ใหญ่อย่างปีมะโรงและงู (ตัว) เล็กอย่างปีมะเส็ง ตัวเล็กหรือใหญ่ตัวใหญ่ตัวไหนจะมีพิษมากกว่ากันล่ะ อักษรามีสำนวนไทยที่เกี่ยวกับงูอยู่หลายสำนวนมาเสนอให้ชาวกรมประชาสัมพันธ์ได้อ่านกันในฉบับนี้

            สำนวนไทยที่พูดถึงงูนั้นไม่ได้แยกไว้ว่าสำนวนไหนเป็นงูใหญ่หรืองูเล็ก จึงขอพูดถึงสำนวนที่เกี่ยวกับงูอย่างรวม ๆ กันไป
            สำนวนที่กล่าวถึงมะโรงมะเส็งโดยตรงคือ สำนวน “โกงมะโรงมะเส็ง” หรือ “ขี้โกงมะโรงมะเส็ง” กาญจนาคพันธุ์ นักปราชญ์ทางภาษาได้สันนิษฐานไว้ว่า สำนวนนี้ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้งกับปีมะโรงและปีมะเส็ง แต่น่าจะมาจากคำโบราณว่า “เกเรเร็งเส็ง” คำว่า “เร็ง” (ร-เรือสระเอะ-ง –งู) แปลว่าเร็วหรือถี่ คำว่า “เส็ง” แปลว่าพาลเกเรแกะกะ มีอีกคำหนึ่งที่คล้ายกันคือคำ “เส็งเคร็ง” แปลว่าเลว ไม่ดี คำว่า “เร็งเส็ง” อาจจะเป็นคำที่พูดกันมาแต่โบราณ หมายถึง เลว เมื่อนำมารวมกับคำ “เกเร” ก็เป็นคำว่า “เกเรเร็งเส็ง” หมายความว่า ประพฤติเกเร เลวมาก ต่อมาคำว่า “เร็งเส็ง” คงนำมาใช้ในความหมายว่า “โกง” ซึ่งมีเสียงคล้องจองกับคำว่า “โรง” ในคำว่า “ปีมะโรง” จึงกลายเป็นสำนวน “โกงมะโรงมะเส็ง” หมายถึงคดโกงกลับกลอกที่สุด
            แม้งูบางชนิดจะไม่มีพิษ แต่ขึ้นชื่อว่างูแล้ว เรามักจัดมันอยู่ในพวกสัตว์อันตรายคนไทยชอบพูดซ้ำคำ บางครั้งซ้ำรูปคำ บางครั้งซ้ำความหมาย “เงี้ยว” หมายถึงงู เมื่อพูดถึงงูบางครั้งจึงพูดว่า “งูเงี้ยว” นอกจากนั้นเรายังพูดต่อด้วยถ้อยคำคล้องจองเป็นสำนวนว่า “งูเงี้ยวเขี้ยวขอ” หมายถึงสัตว์มีพิษเช่น งู เป็นต้น
            การเล่นคำเล่นจังหวะและเล่นเสียงสัมผัส ยังมีปรากฎอีกสำนวนว่า “งูพิษมิตรคด” มิตร หมายถึงเพื่อน แต่บางครั้งเพื่อนก็คิดคดทรยศต่อเพื่อนได้ เพื่อนที่คิดคด จึงเปรียบเสมือนงูพิษ สำนวนว่างูพิษมิตรคดจึงหมายถึงคนชั่วไม่ควรไว้วางใจ นอกจากนั้น ยังมีสำนวนที่กล่าวเป็นการเตือนใจไว้ว่า “อย่าลากงูตามหลัง” หมายถึงอย่าคบคนชั่วเป็นเพื่อนนั่นเอง
            งูเป็นสัตว์ร้าย เมื่อพบงูเราจึงหาทางกำจัด วิธีการกำจัดงูที่มักทำกันทั่วไป คือ การตี คนโบราณสอนไว้ว่า “อย่าตีงูข้างหาง” หรือ “อย่าจับงูข้างหาง” เพราะงูอาจหันมาฉกกัดเอาได้ สำนวนว่าตีงูข้างหาง จึงหมายถึง ทำอะไรไม่เหมาะไม่ควรจะเกิดอันตรายได้ นอกจากนั้นคนโบราณท่านยังสอนไว้อีกว่า ตีงูต้องตีให้ตาย เพราะเชื่อกันว่า งูเป็นสัตว์ที่มีความอาฆาตพยาบาทรุนแรง ถ้าทำให้บาดเจ็บแต่ไม่ถึงตาย มันจะกลับมาแก้แค้นภายหลัง ดังสำนวนว่า “ตีงูให้หลังหัก” หมายถึงการทำสิ่งใดแก่ศัตรูโดยไม่เด็ดขาด จริงจัง ย่อมจะได้รับผลร้ายภายหลัง
            นอกจากนั้นยังมีสำนวนเกี่ยวกับการตีงูอีกสำนวนหนึ่ง คือ การตีงูจนตายแต่เป็น “ตีงูให้กากิน” ขยายความได้ว่า เมื่อเราตีงู งูอาจจะกัดผู้ตี การตีงูให้ตายเป็นการทำบาป ซากงูก็ทำประโยชน์อะไรไม่ได้ ต้องตกเป็นอาหารของแร้งกา สำนวนนี้จึงหมายถึง การลงแรงทำสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์แก่ตนซ้ำบางครั้งอาจเกิดโทษด้วย แต่ประโยชน์ที่ได้จากการกระทำนั้นกลับไปตกแก่ผู้อื่น
            การขว้างสิ่งต่าง ๆ เป็นการปาสิ่งนั้นออกไปให้พ้นตัว แต่การขว้างสิ่งของที่มีความยาว เช่น เชือกให้ออกไปไกลตัวจะทำให้ลำบาก เพราะปลายเชือกอาจตวัดมาโดนตัวได้ ยิ่งเป็นการขว้างสิ่งมีชีวิต เช่น งูด้วยแล้ว ยากที่จะขว้างให้พ้นไปได้ง่าย ๆ ปกติเมื่อนึกถึงงู เรามักจะนึกถึงความดุร้าย ความชั่วร้าย ความไม่ดี ดังนั้นสำนวนว่า “ขว้างงูไม่พ้นคอ” จึงหมายถึงปัดเรื่องร้ายออกไปไม่พ้นตัว หรืออาจหมายถึง ทำอะไรแล้วผลร้ายย้อนกลับมาสู่ตนเองได้
            งูเป็นสัตว์ที่มีลำตัวยาว ปกติหัวงูกับหางงูจะอยู่กันคนละทาง แต่เมื่อหัวงูหันมาทางหางภาพที่เห็นคือเส้นของลำตัวงูที่มาต่อกันเป็นวง เกิดเป็นสำนวนว่า “งูกินหาง” ซึ่งหมายถึงวนเวียนไม่รู้จักจบสิ้น บางครั้งอาจหมายถึง พัวพันกันยุ่งเหยิง หรือเกี่ยวโยงกันไปเป็นทอด
            บางคนเชื่อว่าตาของงูมีอำนาจ เมื่องูมองเหยื่อ เช่น กบ เขียด จะเหมือนมีพลังสะกดสัตว์เหล่านั้นให้อยู่กับที่ หรืออาจเป็นเพราะสัตว์เหล่านั้น ตกใจ ตกตะลึง ไม่แน่ใจว่างูที่กำลังจ้องเป๋งมาที่ตนเองนั้นจะมาไม้ไหน งูก็ใช้โอกาสนั้นฉกกัดเหยื่อได้โดยง่าย บางคนจึงเปรียบงูกับการมีเล่ห์เหลี่ยม พลิกแพลง เจ้าเล่ห์เพทุบาย ความหมายในแง่นี้ปรากฏอยู่ในสำนวน “เฒ่าหัวงู” ซึ่งใช้ในความหมาย คนแก่เจ้าเล่ห์ หรือคนอายุมากที่มีเล่ห์กลมีอุบายในการหลอกเด็กสาว ๆ ส่วนมากสำนวนเฒ่าหัวงูใช้ในเชิงชู้สาว
            เมื่อพูดถึงงูงู ทำให้นึกถึงสำนวนไทยอีกสำนวนหนึ่ง ซึ่งเราไม่ค่อยนำมาใช้บ่อยนัก คือ “งูเห่านอนซ่อนเศียร” เป็นการเปรียบงูกับคนชั่ว ซ่อนเศียร คือ ซ่อนพิษร้าย ซ่อนความชั่วร้ายเอาไว้ สำนวนนี้จึงหมายถึงคนชั่วซ่อนความร้ายกาจเอาไว้
            มีคำเกี่ยวกับงูที่คนไม่ค่อยรู้จักกันอยู่คำหนึ่งคือ “เฆาะงอกับงู” เฆาะ (ฆ ระฆังสระเอาะ) เป็นลายสักโบราณมีตัวอักษร ฆ ระฆัง และง งู มีลายอุณาโลม ๙ (คล้ายเลขเก้าไทย) อยู่ข้างบนลักษณะของรูปอุณาโลมเป็นลายขดคล้ายงู การสักตัวอักษร ฆง (ฆ ระฆัง ง งู มีลายอุณาโลมอยู่ข้างบน)นี้ จึงเรียกกันทั่วไปว่า เฆาะงอกันงูเชื่อกันว่าเป็นการสักเพื่อให้อยู่ยงคงกระพัน
            เมื่ออยู่ยงคงกระพันแล้วจะกลัวอะไร บางคนอาจไม่กลัวตายกล้าไปล้วงคองูเห่า สำนวนว่า “ล้วงคองูเห่า” หมายถึง อุกอาจ ล่วงล้ำ กล้าเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเอาสิ่งของต่าง ๆ ของผู้มีอำนาจโดยไมเกรงกลัว พูดง่าย ๆ ก็คือ การกระทำการล่วงอำนาจของผู้ที่เหนือกว่าได้
            เมื่อเห็นของที่มีลักษณะหลายแบบหลายอย่างปนกันอยู่ดูไม่เข้ากัน เป็นคนละพวกกัน เรามักจะเรียกว่า “หัวมังกุฏท้ายมังกร” แต่สำนวนนี้เป็นสำนวนที่ใช้กันผิดเพี้ยนจนเป็นความเคยชินและคิดว่าถูกต้อง อันที่จริงควรใช้ว่า “หัวมังกุท้ายมังกร” เพราะมังกุเป็นสัตว์ในนิยาย แต่จะมีรูปร่างอย่างไรไม่มีหลักฐานบ่งบอกไว้ ทราบกันแต่เพียงว่าสมัยโบราณมีเรือมังกุ ซึ่งกาญจนาคพันธุ์นักปราชญ์ทางภาษาสันนิษฐานว่า คงเป็นเรือที่มีการทำหัวเรือเป็นมังกุซึ่งเป็นสัตว์ในนิยายส่วนท้ายเรือทำเป็นรูปมังกร เรียกเรือลักษณะแบบนี้ว่า เรือหัวมังกุท้ายมังกร ต่อมาสำนวนนี้จีงหมายถึง สิ่งที่มีลักษณะผสมของแบบที่แตกต่างกันไม่เข้ากัน ไม่กลมกลืนกัน อักษราก็เลยขอนำสำนวนนี้มาอยู่ในกลุ่มของสำนวนที่เกี่ยวกับงูไปด้วยเลย

            ชึ้นชื่อว่างู ไม่ว่าจะเป็นงูตัวเล็กหรืองูตัวใหญ่ ก็ล้วนแต่เป็นอันตราย ต้องระมัดระวัง ต้องบอกว่า ขออย่าได้พบพานงูเงี้ยวเขี้ยวขอเห็นจะดีที่สุด พูดไทยเขียนไทยฉบับหน้า อักษราจะชี้ม้าสัตว์สัญลักษณ์ปีมะเมียมาพบกับชาวกรมประชาสัมพันธ์…ฮี้…ฮี้..กับ…กับ…

ขอขอบคุณข้อมูล
thainews.prd.go.th

นานาสัตว์ในสำนวนไทย 5

           พูดไทยเขียนไทยและอักษรา พบกับชาวกรมประชาสัมพันธ์เช่นเคย ยังคงอยู่กับสำนวนไทย ชุด นานาสัตว์ในสำนวนไทย ฉบับนี้เป็นตอนที่ ๕ แล้ว อักษราจะพาชาวกรมประชาสัมพันธ์ดำน้ำลงไปดูปลา สัตว์น้ำที่เป็นอาหารของคนไทยมาแต่โบร่ำโบราณ ซึ่งแสดงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเราเมืองเรามาแต่อดีต ดังข้อความในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่ว่า “…ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว…” ปลาจึงเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยอย่างแยกไม่ออก รวมทั้งยังเข้ามาอยู่ในสำนวนไทยหลายสำนวนอีกด้วย เช่น ฝนสั่งฟ้าปลาสั่งหนอง ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาหมอตายเพราะปาก งูๆ ปลาๆ จับปลาสองมือ เกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ฯลฯ
                เริ่มที่สำนวน ฝนสั่งฟ้าปลาสั่งหนอง มาจากฝนที่ตกลงมาก่อนที่จะหมดฤดูฝนและมักเป็นฝนที่ตกลงมาหนักเสียด้วย ส่วนปลาก็ต้องเตรียมย้ายจากหนองน้ำที่เคยอยู่เพราะน้ำกำลังจะแห้งไปอยู่หนองน้ำอื่น สำนวนฝนสั่งฟ้าปลาสั่งหนอง ใช้ในความหมายว่า การกระทำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลาจากกัน
                ถัดมาเป็นสำนวน ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ถ้าอธิบายแบบวิทยาศาสตร์ก็ต้องบอกว่า เป็นวงจรชีวิตของสัตว์ทั่วไปที่ปลาตัวใหญ่ย่อมต้องกินปลาตัวเล็กเป็นอาหารเพื่อความอยู่รอด แต่ถ้ามาเป็นสำนวนเปรียบเทียบกับคนแล้วกลับกลายเป็นการแสดงความเอาเปรียบข่มเหงรังแก คนที่ตัวใหญ่กว่าชอบข่มแหงรังแกคนที่ตัวเล็กกว่า สำนวนปลาใหญ่กินปลาเล็ก ใช้ในความหมายว่า คนที่มีอำนาจหรือผู้ใหญ่ที่ชอบข่มแหงหรือรังแกผู้น้อยหรือผู้ที่อ่อนแอกว่า
                ต่อมาอีกสำนวน คือ ปลาหมอตายเพราะปาก สำนวนนี้มาจากธรรมชาติของปลาที่ชอบผุดจากน้ำขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ ปลาหมอเป็นปลาที่คนนิยมกินเพราะขนาดตัวกำลังดี และที่สำคัญปลาหมอชอบผุดขึ้นมาเล่นน้ำอย่างชุกชุมในบริเวณที่คนสังเกตเห็นได้ ก็เลยไม่ต้องเสียเวลามาก หย่อนเบ็ดที่ปลาหมอชอบผุดขึ้นมา ก็ได้ปลาหมอมาทำอาหารอย่างแน่นอน สำนวนปลาหมอตายเพราะปากนี้ จึงใช้เปรียบกับคนที่พูดมาก อาจตายเพราะปากได้ หรือ หมายถึง คนที่ชอบพูดพล่อยๆ จนตัวเองได้รับความเดือดร้อน
                ส่วนสำนวน งูๆ ปลาๆ อาจจะเกิดจากลักษณะของงูกับปลาไหลที่มีลำตัวยาวๆ คล้ายกัน คนที่ไม่สังเกตก็อาจจะแยกความแตกต่างของงูกับปลาไหลไม่ค่อยได้หรืออาจจะแค่แยกได้ว่าตัวนี้เป็นงูตัวนี้เป็นปลาไหลเท่านั้นเอง จึงเรียกว่ารู้แบบงูๆ ปลาๆ รู้นิดหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนสำนวนงูๆ ปลาๆ ใช้ในความหมายว่า มีความรู้เพียงเล็กน้อยหรือรู้ไม่จริงจะทำสิ่งใดทำอะไรก็ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่
                สำหรับสำนวน จับปลาสองมือ สำนวนนี้มาจากการจับปลาที่หมายถึงการใช้มือทั้งสองข้างจับปลาตัวเดียวซึ่งจะจับได้แน่น ปลาก็ไม่สามารถดิ้นหลุดไปได้ แต่จับปลาสองมือ สำนวนนี้ หมายถึง ใช้มือขวาจับปลาหนึ่งตัวและใช้มือซ้ายจับปลาอีกหนึ่งตัว อาจจะเป็นเพราะความโลภที่อยากได้ปลาสองตัวพร้อมๆ กัน ท้ายที่สุดปลาก็ดิ้นหลุดมือไปทั้งสองตัว สำนวนจับปลาสองมือนี้ ใช้ในความหมายว่า การทำงานสองอย่างในเวลาเดียวกัน อาจจะได้ผลไม่เต็มที่หรือออาจจะไม่ได้ผลเลย มักใช้ตำหนิคนที่จับงานโน้นทีจับงานนี้ที อาจเกิดความเสียหายกับงานได้ไม่มีงานใหนสำเร็จซักงานเดียว
                ปิดท้ายสำนวนไทยที่เกี่ยวกับปลา เกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง มาจากบางคนที่ไม่ยอมกินปลาไหลเพราะเกลียดที่ปลาไหลมีลักษณะเหมือนงู แต่ถ้าเอาปลาไหลมาแกงก็สามารถตักน้ำแกงมาซดกินได้หน้าตาเฉย เพราะน้ำแกงจากปลาไหลนั้นรสชาติอร่อยแม้จะไม่ชอบตัวปลาไหลแต่ก็กินน้ำแกงปลาไหลได้ สำนวนนี้ใช้ในกรณีที่เกลียดหรือไม่ชอบสิ่งใด แต่ก็ยังไปเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น เพราะตัดไม่ขาดจริงเหมื่อนเกลียดปลาไหลแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะซดน้ำแกงจากปลาไหล
                ฉบับหน้าอักษราจะพาชาวกรมประชาสัมพันธ์ ไปรู้จักกับสัตว์ชนิดใดที่เป็นที่มาของสำนวนไทย อย่าลืมติดตามพูดไทยเขียนไทยฉบับหน้า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thainews.prd.go.th

นานาสัตว์ในสำนวนไทย 4

          พูดไทยเขียนไทยยังคงเสนอเรื่องราวของสำนวนไทยกันอยู่ เป็นชุดที่นำเรื่องราวของสัตว์ต่างๆ ที่นอกเหนือไปจากสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสิบราศีที่ได้นำเสนอจนจบชุดไปแล้ว ชุดนี้ใช้ชื่อว่า นานาสัตว์ในสำนวนไทย ฉบับนี้เป็นตอนที่ ๔ เป็นเรื่องราวของแมว สัตว์เลี้ยงน่ารักอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี บางบ้านเลี้ยงทั้งแมวเลี้ยงทั้งหมา จนสัตว์ทั้งสองเป็นเพื่อนกันไปเลยก็มี

                แมวปรากฏตัวอยู่ในสำนวนไทยหลายสำนวน เช่น ย้อมแมวขาย ที่เท่าแมวดิ้นตาย ปิดประตูตีแมว ชื่อเป็น (เหมือน) แมวนอนหวด ฝากเนื้อไว้กับเสือ ฝากปลา (ย่าง) ไว้กับแมว หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว ฯลฯ

                เริ่มกันที่สำนวนแรก “ย้อมแมวขาย” สำนวนนี้น่าจะมาจากการเลี้ยงแมวของคนไทย เจ้าของแมวอาจจะเห็นว่าแมวของตนมีสีขนไม่สวย แมวมีลักษณะไม่ดี เจ้าของก็เลยนำแมวมาตกแต่งย้อมสี ให้เห็นว่า แมววของตนมีสีสันสวยงาม สำนวนย้อมแมวขาย ใช้ในความหมายว่า ตกแต่งสิ่งที่ไม่ดี ไม่สวยงาม โดยมีเจตนาให้ผู้อื่นเชื่อว่าเป็นของดี ส่วนใหญ่มักใช้พูดประชดประชันเสียดสีสาวงามที่ขึ้นประกวดเวทีต่างๆ ที่มักถูกปรับปรุงรูปโฉมให้สวยงามหลอกสายตาขณะกรรมการตัดสินการประกวด ยิ่งไปกว่านั้นสาวงามบางคนอาจจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์

                ถัดมาคือสำนวน “ที่เท่าแมวดิ้นตาย” สำนวนนี้มาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องศรีธนญชัย ชาวกรมประชาสัมพันธ์คงจำกันได้ เรื่องของเรื่องก็คือว่า ศรีธนญชัยทูลขอที่ดินจากพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดินเห็นว่าเป็นที่ดินไม่มากมีขนาดเล็กเท่าแมวดิ้นตายคงมีขนาดเล็กแค่ตารางวาเดียว ก็ตกลงตกปากรับคำว่าจะยกที่ดินให้ แต่ศรีธนญชัยเจ้าปัญญา (ผสมกับเจ้าเล่ห์) เอาแมวตัวหนึ่งมาผูกเชือกไว้ แล้วใช้ไม่เฆี่ยนตีแมวให้ดิ้นไปเรื่อยๆ จนแมวตาย แมวดิ้นไปกว่าจะตายก็บริเวณกว้างมาก ศรีธนญชัยก็เลยได้ที่ดินมากมาย สำนวนวนที่เท่าแมวดิ้นตาย หมายถึง ที่ดินเพียงเล็กน้อยจริงๆ แต่ที่ดินเท่าแมวดิ้นตายตามอุบายของศรีธนญชัยกลับกลายเป็นเรื่องตรงกันข้าม สำนวนที่เท่าแมวดิ้นตายใช้เปรียบเทียบว่าเป็นเจ้าของที่ดินเพียงผืนเล็กๆ เท่านั้น

                สำนวนต่อมาคือสำนวน “ปิดประตูตีแมว” อย่างที่บอกชาวกรมประชาสัมพันธ์ไว้แล้วว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยงของคนไทยที่นิยมเลี้ยงไว้ตามบ้านเหมือนสุนัข บ้านของอักษราเองที่ต่างจังหวัดก็เคยเลี้ยงแมวบางวันก็เห็นมันหายไปไม่มาเดินให้เห็น แม่ของอักษราเคยบ่นว่า มันชอบหนีเที่ยว คงจะเข้าไปในบ้านคนอื่นในละเวกนั้น แมวที่เข้าไปเร่ร่อนในบ้านคนอื่นนั้นคงทำความรำคาญให้เจ้าของบ้านอยู่ไม่น้อย ไล่มันแล้วเจ้าเหมียวก็ไม่ค่อยยอมจะไป อาจจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาด คือปิดประตูไล่ตีให้มันเข็ดหลาบ จะได้ไม่กล้าเข้ามาในบ้านอีก สำนวนปิดประตูตีแมว หมายความว่า รังแกหรือทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้และไม่มีทางหนีรอดไปได้

                ส่วนสำนวนนี้ “ซื่อเหมือนแมวนอนหวด” ชาวกรมประชาสัมพันธ์ คงรู้จักภาชนะที่เรียกว่า “หวด” ที่ใช้สำหรับนึ่งข้าวเหนียวของชาวอีสาน สำนวนนี้เกิดจากอาการของแมวที่ลงไปนอนในหวดนึ่งข้าวเหนียวซึ่งมีลักษณะโค้งงอ เวลาแมวลงไปนอนในหวดแล้วแมวต้องนอนงอตัวให้โค้งไปตามรูปร่างของหวด มองดูเผินๆ เหมือนว่าแมวนอนสบาย แต่จริงๆ แล้วแมวนอนในหวดอย่างลำบาก แต่แกล้งทำให้ดูเหมือนว่านอนสบาย สำนวนซื่อเหมือนแมวนอนหวด จึงหมายความว่า แกล้งทำเป็นซื่อ จริงใจ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ซื่อใช้เปรียบเปรยประชดประชันคนที่แกล้งทำเป็นคนซื่อตรง แต่ความจริงแล้วไม่ได้ซื่อเหมือนอย่างที่มองเห็นเลย ใครมีลักษณะแบบนี้คงคบหาสมาคมด้วยไม่ได้ เพราะขาดความจริงใจ

                อีกสำนวนหนึ่งคือ สำนวน “ฝากเนื้อไว้กับเสือ ฝากปลา (ย่าง) ไว้กับแมว” ก็แหม… ไปฝากของชอบไว้กับผู้ที่ชอบสิ่งนั้นแล้วจะไปเหลืออะไร เนื้อสัตว์ทุกชนิดเป็นของชอบของเสืออยู่แล้ว ส่วนปลา (ย่าง) ก็ของชอบของเจ้าแมวเหมียว ฝากแล้วจะไปเอาคืนน่ะเหรอ เสือก็กินเนื้อหมดแล้ว แมวก็กินปลา (ย่าง) หมดแล้วเหมือนกัน สำนวนนี้ใช้ในโอกาสที่ฝากสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้กับผู้ที่ชอบสิ่งนั้น แน่นอนว่าย่อมสูญหายไม่ได้คืน จึงเตือนใจไว้ว่า ไม่ควรฝากไว้เป็นอันขาด

                ปิดท้ายสำนวนไทยที่เกี่ยวกับแมวกับสำนวน “หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว” แมวนั้นชอบกินปลาอยู่แล้ว แม้เจ้าของจะให้กินปลาจนอิ่มแล้วก็ตาม แต่ถ้าเผลอมันก็แอบขโมยปลากินอีก และถ้าเจ้าของแกล้งเอาปลาย่างหรือปิ้งประชดให้มันกินอีก เพราะคิดว่ามันจะอายหรือกระดากใจไม่กล้ากินแต่มันก็กินจนหมดอีกนั่นล่ะ สำนวนนี้ใช้กับความหมายว่า ทำอะไรหรือทำสิ่งใดเป็นการประชดประชัน ทำกระทบกระแทกแดกดัน มีแต่จะเสียประโยชน์เปล่าๆ เพราะคนที่เราแกล้งประชดประชัน เขาไม่สนใจไม่รู้เรื่องที่เราทำประชดเขาหรอก

                นี่ล่ะบทบาทของเจ้าแมวเหมียวในสำนวนไทย ชาวกรมประชาสัมพันธ์ที่สนใจเรื่องของสำนวนไทย หาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือที่เกี่ยวข้องกับสำนวนไทยได้ สำนวนไทยนั้นให้มุมมองให้แง่คิดกับการดำรงชีวิตได้ไม่น้อย ฉบับนี้หมดหน้ากระดาษแล้ว พบกับอักษราและพูดไทยเขียนไทย ชุด นานาสัตว์ในสำนวนไทยได้ใหม่ฉบับหน้า ฉบับนี้ขอลากันก่อน.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thainews.prd.go.th

ที่มาของสำนวนไทย “พูดเป็นต่อยหอย

คำว่า ต่อยหอย ประกอบด้วยคำว่า ต่อย กับ หอย 

คำว่า ต่อย หมายถึง เอาของแข็งหรือของหนักเคาะ ตี
หรือทุบสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้แตกหรือหลุดออก
เช่น ต่อยหิน ต่อยมะพร้าว ต่อยมะขวิด

 ”ต่อยหอย” เป็นสำนวนหนึ่งในภาษาไทย หมายถึง พูดฉอด ๆ, พูดไม่หยุดปาก
สำนวนนี้มาจากการต่อยหอยเช่นหอยนางรมที่เกาะอยู่ตามหิน
วิธีการต่อยเอาหอยนางรมออกมานั้น ทำได้โดยใช้ค้อนเล็ก ๆ เคาะให้เปลือกแตกออก
เพื่อเอาตัวหอยที่อยู่ข้างใน เสียงค้อนกระทบเปลือกหอยจะดังอยู่เรื่อย ๆ

ผู้ที่พูดไม่หยุดจึงเปรียบว่า พูดอย่างกับต่อยหอย หรือ “พูดเป็นต่อยหอย”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
pbmath.exteen.com

สำนวนไทย:หมวด ศ

ก.ย.-4-2009 By marita

หมวด ศ

         -ศรศิลป์ไม่กินกัน 
ไม่ถูกกัน ไม่ลงรอยกัน

       -ศิษย์มีครู 
คนเก่งที่มีครูเก่ง

       -ศึกหน้านาง
 วิวาทต่อสู้ต่อหน้าหญิงสาวที่ต่างหมายปอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
elearning.spu.ac.th

สำนวนไทย:หมวด ล

ส.ค.-20-2009 By marita

หมวด ล

ล้วงคองูเห่า
           สำนวนนี้ หมายถึง คนที่ทำอะไรองอาจล่วงล้ำ หรือกล้าเข้าไปทำอะไรแก่ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า โดยทั้งที่รู้หรืออาจไม่รู้ เช่นการเข้าไปฉกฉวยทรัพย์สินในบ้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกล้าเข้าไปก่อนความเดือดร้อนแก่ผู้มีอิทธิพลในถิ่นนั้น ๆ

ลงบันไดสามขั้นไม่มีความสุข 
         หมายความว่า การลงบันได คือการออกจากบ้านไปแล้ว ย่อมไม่มีความสุข ความหมายทำนองเดียวกับว่าการจากบ้านของตนเองไปไกล หรือไปอยู่ถิ่นไหนก็คงไม่มีความสุขเหมือนอยู่บ้านเราเอง

 ลงเรือแปะ ตามใจแปะ
          หมายความว่า เมื่อไปอยู่กับใคร หรือไปอาศัยอยู่บ้านใคร ก็ต้องเกรงใจหรือยอมทำตามเขา ความหมายอย่างเดียวกับคำว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม” (เรือแป๊ะ ก็คือ เรือของตาแป๊ะจีนเก่า ๆ)
 
ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก   
          หมายถึง คนที่ดีแต่พูดแต่จะให้ทำจริง ๆ กลับทำไม่ได้ เปรียบได้กับการละเลงขนมเบื้อง ซึ่งถือว่าต้องละเลงด้วยฝีมือหรือละเลงเป็นจริง ๆ ถึงจะทำได้ ไม่ใช่ของง่ายนัก

ลางเนื้อชอบลางยา  
          หมายความว่า แต่ละคนต่างมีรสนิยมแตกต่างกัน หรือไม่ตรงกัน เป็นสำนวนที่ได้มาจากการใช้ยารักษาโรค ที่ว่ายาขนานเดียวกันรักษาคนหนึ่งหายแต่อีกคนหนึ่งไม่หาย ทั้ง ๆ ที่เป็นโรคเดียวกัน แปลว่ายาถูกโรคกับคนหนึ่ง แต่ไม่ถูกโรคกับอีกคนหนึ่ง

ลิงหลอกเจ้า
          หมายถึง คนที่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ทำตัวเรียบร้อย แต่ลับหลังซนเป็นลิงเป็นค่าง
 
ลูกไก่ในกำมือ 
          แปลว่า อยู่ในอำนาจเหนือกว่าจะทำอย่างไรก็ได้ จะให้ตายหรือให้รอดก็ได้ ตามสำนวนเดิมว่า “ลูกไก่อยู่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคายก็รอด”

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
          ความหมายอย่างเดียวกับที่ว่า “ดูช้างให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่” เพราะมีความหมายว่า ลูกย่อมไม่แตกต่างไปจากพ่อแม่แต่ถ้าพูดว่า “ลูกไม้หล่นไกลต้น” ความหมายก็อยู่ในลักษณะตรงกันข้าม แปลว่า ลูกที่มีนิสัยห่างไกลหรือแตกต่างกับพ่อแม่
 
ลูบหน้าปะจมูก  
          สำนวนนี้ มีความหมายโดยเฉพาะถือการกระทำอะไรสักอย่างที่ตั้งใจว่า จะทำโดยเด็ดขาดต่อเมื่อทำลงไปแล้ว ก็กลายเป็นกระทบกระเทือนถึงพวกเดียวกันเองเข้า เช่น การจะสอบสวนหาผู้กระทำผิด ครั้นลงมือสอบไปแล้วก็พบว่า ผู้กระทำผิดนั้นมิใช่ใครอื่น คือพวกพ้องเดียวกันนั่นเอง ทำให้ความตั้งใจอย่างเด็ดขาดแต่แรก มีอันล้มเหลวไป

 เล่นกับหมาหมาเลียปาก เล่นกับสากสากต่อยหัว
          สำนวนต่อเนื่องกันทั้งสองประโยคนี้ มีความหมายว่าการลดตัวเองลงไปเล่นหัวคลุกคลีกับคนที่ต่ำกว่าหรือเด็กที่มีอายุน้อยกว่ามาก คนผู้นั้นหรือเด็กนั้นก็อาจจะเลียตีเสมอลามปามเข้าให้ สำนวนที่ว่า “เล่นกับหมาหมาเลียปาก” นั้นมีประสบการณ์ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เพราะธรรมชาติของหมาเป็นเช่นนั้น

เลี้ยงช้างกินขี้ช้าง
          หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่อะไรก็ตามแต่แล้วพลอยได้มีส่วนผลประโยชน์จากหน้าที่ที่ตนทำอยู่นั้น โดยไม่บริสุทธิ์นัก หรือไปในทำนองที่ไม่ชอบธรรม สำนวนนี้มาจากสมัยโบราณ ซึ่งคงจะเป็นที่พบเห็นกันว่า คนเลี้ยงช้างของหลวงในสมัยนั้น คงมีผลประโยชน์พลอยได้จากค่าเลี้ยงดูช้างอยู่บ้างก็ได้ แต่คงไม่มากนัก

เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ 
          สำนวนนี้ มุ่งหมายโดยเฉพาะกับผู้ที่เลี้ยงลูกของตน หรือเลี้ยงเด็กที่เป็นลูกบุญธรรมก็ตาม ถ้าเด็กนั้นมีสันดานชั่วร้าย เมื่อโตขึ้นก็ย่อมก่อความเดือดร้อนลำบาก ให้แก่ตนเองเปรียบได้กับการเลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ เมื่อยังตัวเล็กอยู่ยังไม่เป็นภัย แต่โตขึ้นก็อาจทำความเดือดให้แก่ผู้เลี้ยงได้เป็นส่วนมาก

เลือดข้นกว่าน้ำ 
          ความหมายว่า ญาติพี่น้องของตนเองย่อมสำคัญกว่าผู้อื่น เพราะอยู่ในวงสกุลเดียวกัน

ลงเรือลำเดียวกัน 
ตกอู่ในสภาพเดียวกัน

ลิงตกต้นไม้ 
ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดอาจพลาดพลั้งในเรื่องนั้นได้

ลูกผีลูกคน 
เอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้

เล่นกับไฟ 
ลองดีกับผู้มีอำนาจหรือบารมี เสี่ยงกับความรัก

เลือดเข้าตา 
ต่อสู้อย่างไม่กลัวตาย

ลงรอยกัน
 เข้ากันได้

ล้ำหน้า
 เกินเลยไปกว่าที่ควร

เล็กพริกขี้หนู
 เล็กแต่มีความสามารถ

เลือดขึ้นหน้า
 โมโห

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล
salanluck.awardspace.com
elearning.spu.ac.th
pasathai01.exteen.com

 

 

สำนวนไทย:หมวด ร

ส.ค.-11-2009 By marita

หมวด ร

รกคนดีกว่ารกหญ้า
          สำนวนนี้ มีความหมายอยู่ในตัวแล้วที่ว่า รกคนยังพอใช้ประโยชน์ได้บ้างแต่รกหญ้าไม่มีประโยชน์ สำนวนนี้ยังมีต่อท้ายด้วยว่า “แต่รกคนบ้า รกหญ้าดีกว่ารกคน”

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี   
          ถ้ารักวัวก็ให้ผูกล่ามขังไว้ มิฉะนั้นวัวจะถูกลักพาหรือหนีหายไปส่วนรักลูกให้เฆี่ยน ก็หมายถึงให้อบรมสั่งสอนลูกและทำโทษลูกเมื่อผิด

 รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา  
          หมายความว่า การทำตัวดี ประพฤติดี มีความรู้ดี ก็ได้งานอาชีพเบาหรืองานสูง ถ้าทำตัวไม่ดี หรือขาดความรู้วิชาก็ต้องทำงานหนัก จำพวกแบกหามหรืองานต่ำ

 รักพี่เสียดายน้อง  
          หมายถึง การลังเลใจ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกอย่างไหนดี เพราะถูกใจทั้งสองอย่าง สำนวนนี้ มักใช้เปรียบเปรยถึงความรักของผู้ชายเราที่เกิดไปรักผู้หญิงคราวเดียวกันไว้ถึงสองคน หรือผู้หญิงนั้นเป็นพี่น้องด้วยกัน

 รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ
          สำนวนนี้ เป็นสำนวนปริศนาที่ตีความยาก แต่ก็พอมีเค้าให้เข้าใจได้ว่า การทำอะไรก็ตามแต่ ควรทำให้พอดี อย่าให้มากเกินไป ถ้าเห็นว่าจะเกินไปทำให้เป็นที่กระทบกระเทือนต่อผู้อื่น ก็ระงับยับยั้งไปเสียหรือจะทำอะไรที่เรียกว่าง่าย ๆ สั้น ๆ เกินไปก็อย่าด่วนทำควรค่อยคิดค่อยทำต่อไปให้เหมาะสม

 ราชสีห์สองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
          สำนวนนี้ หมายถึงคนสองคนที่ต่างก็มีอำนาจ หรืออิทธิพลยิ่งใหญ่เท่ากัน ย่อมจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายก็ต่างจะแข่งรัศมีกันด้วย

 รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
          ตนเองทำไม่ถูกไม่ดี แต่กลับไปซัดโทษเอาผู้ร่วมงานหรือผู้อื่น

 รู้หลบเป็นปลีก  รู้หลีกเป็นห่าง  
          หมายถึง การรู้จักหลบหลีกเอาตัวรอดจากภัยต่าง ๆ ไปได้ ทำนองเดียวกับนกที่มีปีกมีหางบินหนี ศัตรูได้คล่องแคล่วว่องไว เรียกว่า “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”

 รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บาแบกหาม  
          สำนวนสุภาษิตประโยคนี้เป็นคำอธิบายความอยู่ในตัวแล้วว่า การรู้วิชาต่าง ๆ ไว้ ย่อมจะมีประโยชน์แก่ตนเอง ใช่จะไร้ประโยชน์หรือเรียนมาให้หนักสมอง

 เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน
          ความหมายของสำนวนนี้ หมายถึงการที่จะต้องเสียอะไรไปสักอย่างแต่ไม่มีทางที่จะต้องสูญเปล่าแล้ว ก็ไม่ต้องวิตกทุกข์ร้อน ย่อมจะมีทางได้คืน เปรียบเหมือนเรือบรรทุกที่ไม่เกิดล่มในหนองเล็ก ๆ หรือ แคบ ๆ ในวงจำกัด ทองก็คงจมอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนเช่น ยอมลงทุนเสียเงินเสียทอง เพื่อแต่งงานกับคนมีเงินด้วยกัน ทุนที่ลงไปในการแต่งงานก็คงจะไม่สูญเปล่าเพราะทุนไปกองอยู่ด้วยกัน

 เรือล่มเมื่อจอด
          หมายถึง การทำอะไรที่ผ่านพ้นไปได้เรียบร้อยเกือบทุกอย่าง แต่พอใกล้จะสำเร็จก็กลับต้องเสียหายไม่สำเร็จลงไปได้ เรียกว่าผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาด้วยดี มีทางที่จะต้องสำเร็จ แต่พอถึงขั้นสุดท้าย กลับมีอันล้มเหลว

 รีดเลือดกับปู 
          หมายความว่า เคี่ยวเข็ญหรือบังคับเอากับผู้ที่ไม่มีทางจะให้ เช่นรีดเงินจากคนที่ยากจนอยู่แล้ว เหมือนรีดเลือดเอาจากปูเพราะปูไม่มีเลือดจะให้รีด

ร่มไม้ชายคา 
        ที่พึ่งพาอาศัย

ร่วมเรียงเคียงหมอน 
        แต่งงานกันอยู่กินกัน

ร้อนวิชา 
        เร่าร้อนเพราะมีวิชาคาถาอาคมมาก

รู้น้อยพลอยรำคาญ 
        รู้น้อยไม่เข้าใจ ทำให้เกิดความรำคาญใจมักพูดเข้าคู่กับรู้มากยากนาน

เรียนผูกต้องเรียนแก้ 
        รู้วิธีทำต้องรู้วิธีแก้ไข

เรือขาดหางเสือ 
        คนที่ขาดสติสัมปชัญญะ

รวบหัวรวบหาง
          รวบรัดให้สั้น ฉวยโอกาสเมื่อมีช่องทาง

ร้อยลิ้นกะลาวน
         เป็นสำนวนคำพังเพยที่ใช้ในทางค่อนว่าหรือกระทบกระเทียบถากถาง ความหมายของสำนวนนี้ก็คือ พูดไม่อยู่กะร่องกะรอย เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ พอๆ กับสำนวน “ร้อยเล่ห์” ซึ่งหมายถึง “ลิ้นตวัดถึงใบหู” (ใครทำได้ก็ต้องลิ้นยาวหลายนิ้วที่เดียว) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้คำนิยามว่า ชอบพูดกลับกลอกตลบตะแลงจนตามไม่ทัน”

รู้อย่างเป็ด
         มีสำนวนที่เทียบเคียงได้อีกสำนวนหนึ่งคือ “รู้งูๆ ปลาๆ” และมีคำขยายอีกสองสำนวนว่า “พูดอย่างเป็ด” และ “เดินอย่างเป็ด” พูดเสียงแหบพร่าเหมือนเป็ดตัวผู้ เหมือนกระซิบกระซาบไม่สดใสน่าฟัง การเดินอย่างเป็ดก็เดินแบบต้วมเตี้ยม เตาะแตะ หมายรวมกันว่า ไม่เก่ง ไม่ชำนาญ เป็นไปไม่ได้ เป็ดมีปากมีปีก มีตีน คล้ายไก่แต่บินไม่ได้อย่างไก่ ไก่ขันเสียงใส แต่เป็ดขันไม่ได้

เรียนผูกต้องเรียนแก้
         คำพังเพยสำนวนนี้โบราณต้องการจะบอกกล่าวให้คนรู้ว่า เมื่อจะทำการใด จะต้องมีการเตรียมรับการเผชิญกับอุปสรรคและวิธีแก้ไขไว้ เพื่อความไม่ประมาท โดยเปรียบเทียบว่างานคือการผูกและปัญหาคือการแก้ ต้องเรียนรู้ทั้งการผูกและการแก้จึงจะประสบความสำเร็จได้

 s198xg

เรือล่มเมื่อจอด ตาบอดเมื่อแก่
         โบราณอุปมาด้วยคำพังเพยสำนวนนี้ บอกถึงความเป็นคนที่มาผิดหวังในชีวิตเมื่อตอนแก่ ทั้งๆ ที่ทำดีมาโดยตลอด หรืองานทำมาดีโดยตลอดมาเจออุปสรรคไม่สำเร็จเอาตอนจะเสร็จเช่นเดียวกับคนตาดี อยู่ๆ มาตาบอดเมื่อแก่ ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปจนกว่าจะตาย หรือเรือ พายเรือแจวมาดีๆ พอมาถึงฝั่งกลับล่มได้ ดังนี้

เรือขาดพาย นายขาดบ่าว
         โบราณยกคำอุปมาได้ชัดเจนเป็นคำพังเพยใช้เตือนใจคนคือเรือนั้นจำต้องมีพายจึงจะแล่นไปได้ หรือนายต้องมีบ่าวรับคำสั่งให้ทำงานๆ จึงจะลุล่วงไปได้ เรือขาดพาย นายขาดบ่าวทุกอย่างก็ลัมเหลว

รอดปากเหยี่ยวปากกา
         โบราณนำเอาธรรมชาติชีวิตของกาหรือเหยี่ยวที่ล่าสัตว์เล็กเป็นอาหาร เช่น เหยี่ยวชอบล่ากระต่าย กาชอบล่าลูกไก่ ทั้งเหยี่ยวและกาจะใช้วิธีบินโฉบเหยื่ออย่างรวดเร็ว มีน้อยครั้งที่สัตว์เล็กๆ เหล่านี้จะหลุดรอดจากปากเหยี่ยวปากกา เหมือนคนที่พ้นอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิด ก็เรียกว่า รอดจากปากเหยี่ยวปากกา

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
awardspace.com
elearning.spu.ac.th
pasathai01.exteen.com
9bkk.com

สำนวนไทย : หมวด ย

ก.ค.-28-2009 By marita

หมวด ย

ยื่นแก้วให้วานร 
          หมายถึง เอาของมีค่าหรือของดีไปให้กับคนที่ไม่รู้จักค่าของของนั้น ทำให้เปล่าประโยชน์ความหมายอย่างเดียวกับ “ไก่กับพลอย”

ยกเมฆ
         สำนวนคำพังเพยคำนี้เป็นคำที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการกล่าวถากถาง เยาะเย้ยโดยตรง จะมีสำนวนที่คล้ายๆ กันอยู่อีกสำนวนหนึ่งคือ “ดั้นเมฆ” เพียงแต่หมายถึงการเดาส่ง ไม่ใช่พูดส่งๆ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้คำนิยามไว้ว่า คือ “การเดาเอา นึกคาดเอาเอง หรือกุเรื่องขึ้น” ที่มาของสำนวนยกเมฆนี้มาจากความเชื่อในลางบอกเหตุที่ปรากฏในก้อนเมฆบนท้องฟ้า ซึ่งผู้ที่ใช้วิธีนี้มากที่สุดคือพวกหมอดู ที่จะใช้วิธียกเมฆในการทำนาย

ย่างสามขุม
         สำนวนคำพังเพยคำนี้โบราณนำกิริยาของนักมวยเข้ามาเปรียบเทียบ ให้เห็นลักษณะของกิริยาที่เดินเป็นก้าวเป็นจังหวะยักเยื้องเป็นสามเส้า หรือ สามท่า อย่างคนฟันดาบหรือนักมวยในสังเวียน ความหมายของ “ย่างสามขุม” ก็คือ เดินจ้องเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเข้าใส่ นั่นแหละ

ยาหม้อใหญ่
         คำพังเพยสำนวนนี้ใช้ยาสมุนไพรเข้ามาเปรียบเทียบ ซึ่งถือว่าเป็นคำพังเพยโบราณที่มีความหมายออกไปทางคำนามประกอบคุณศัพท์ คือ หม้อ และใหญ่ ความหมายของพังเพยคำนี้คือ น่าเบื่อหน่าย น่าเอือมระอา ไม่น่ายินดี เพราะยาหม้อใหญ่นั้นจะมีตัวยาสมุนไพรจำนวนมาก และจะมีทั้งความขมและขื่น ไม่พึงประสงค์จะปรุงกินง่ายๆ

ยกตนข่มท่าน
         คำพังเพยสำนวนนี้ถือว่าเป็นนามธรรม เพราะจะเป็นเรื่องของคำพูด ทำนองยกย่องตัวเอง ข่มขู่ผู้อื่น พูดทับถมผู้อื่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความเหนือกว่า กิริยาอย่างนี้โบราณสอนไว้ว่า ถ้ามีอยู่ในผู้ใดก็จะไม่มีใครเขามาร่วมสังฆกรรมเสวนาด้วย

ยื่นหมูยื่นแมว
         สำนวนคำพังเพยคำนี้โบราณประสงค์จะกล่าวให้เป็นการยืนยันว่าจะทำหรือไม่ทำ นำเอาหมูกับแมวมาเปรียบเป็นอุปมาซึ่งคุณค่าอาจแตกต่างกัน แต่เมื่อเป็นประสงค์ของทั้งสองฝ่าย ก้เอามาแลกกันได้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างได้รับในสิ่งที่ต้องการในเวลาเดียวกัน

ยุ่งเหมือนยุงตีกัน
         สำนวนนี้โบราณมองธรรมชาติของสัตว์เอามาสร้างเป็นอุปมาเปรียบเทียบ ยุงนั้นจะมีจำนวนมากจนเรียกว่า บินว่อนไปหมด เมื่อเวลายุงเกิดอารมณ์โกรธจะเข้าตีกันก็จะเห็นว่ามันชุลมุนวุ่นวาย ใช้เปรียบเปรยเป็นการว่ากล่าวโดยเฉพาะ เป็นสำนวนของผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโสใช้กัน ความหมายก็คือ มัน ยุ่งเหยิงสับสนปนเปกันจนดไม่ได้

ยืมจมูกคนอื่นหายใจ
         โบราณใช้สำนวนคำพังเพยนี้สั่งสอนคนว่า เกิดเป็นคนจะต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง จึงจะประสบผลสำเร็จได้ การอาศัยไหว้วานผู้อื่นให้ทำให้ ไม่สะดวกเหมือนลงมือทำด้วยตนเอง มีบางสำนวนกล่าวว่า “พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ” หรือ “เอาจมูกคนอื่นมาหายใจ” มันไม่คล่องเหมือนหายใจด้วยตัวเอง

ย้อมแมวขาย
         โบราณถือง่าแมวคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ชนิดหนึ่งของมนุษย์ เพราะแมวนั้นอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ที่สุด จึงเอาแมวยกเป็นมาเป็นอุทธาหรณ์ว่า การที่ตกแต่งของไม่ดี โดยมีเจตนาให้ผู้อื่นเชื่อว่าดีอย่างนี้ เหมือนจับแมวมาย้อมขน ให้ได้สีตามโฉลกเพื่อจะขายได้ราคาแพง เป็นเรื่องหลอกลวงโบราณไม่เชื่อถือ

ยกตัวขึ้นเหนือลม 
          ปัดความผิดให้พ้นตัว ยกตนเหนือคนอื่น

ยกภูเขาออกจาอก 
          โล่งอก หมดวิตกกังวล

ยกหางตนเอง 
          ยกตนเองว่าดีว่าเก่ง

ยิ้มด้วยปาก ถากด้วยตา 
          เยาะเย้ยด้วยกิริยาท่าทาง

ยืนกระต่ายสามขา 
          พูดยืนยันอยู่คำเดียวไม่เปลี่ยนแปลง

ยื่นแก้วให้วานร 
          ให้ของมีค่าแก่คนที่ไม่รู้คุณค่า

ยื่นหมูยื่นแมว 
          แลกของกันโดยต่างฝ่ายส่งยื่นและรับในเวลาเดียวกัน

ยุให้รำตำให้รั่ว 
          ยุให้แตกหรือผิดใจกัน

ขอขอบคุณที่มาจาก
9bkk.com 
elearning.spu.ac.th
salanluck.awardspace.com

สำนวนไทย:หมวด ม

ก.ค.-21-2009 By marita

หมวด ม

มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก
          สำนวนนี้หมายถึงคนที่พูดเก่ง หรือตลบแตลงเก่ง พูดกลับกลอกได้รอบตัว หรือพูดจนจับคำไม่ทัน เป็นที่ไม่น่าเชื่อถือและไว้ใจ เปรียบเหมือนกับว่าเป็นคนหลบหลีกได้คล่อง ถึงจะเอามะกอกใส่เต็มตะกร้า ๓ – ๔ ตะกร้ามาขว้างปาก็ไม่ถูก ทำนองเดียวกับที่ว่า “จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน”

มะนาวกลมกลี้ยง บ่มีคนกลึง  
          สำนวนนี้ มักใช้ควบคู่กับ “หนามแหลม บ่มีคนเสี่ยม มะนาวกลมเกลี้ยง บ่มีคนกลึง” หรือบางทีก็พูดว่า “หนามแหลมไม่มีคนเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงไม่มีคนกลึง” แปลว่า คนที่มีสติปัญญาหรือมีความสามารถเก่งกาจนั้น อาจเป็นผู้ที่ไม่ต้องมีใครสอนเลยก็ได้ โดยเกิดขึ้นเองในตัว หรือหมายถึง คนที่มีตระกูลดีหรือบรรพบุรุษดีมาแล้ว ตนเองก็ย่อมจะมีแววดีติดตามมาด้วย โดยไม่ต้องมีใครสอน

มะพร้าวห้าวมาขายสวน 
          สำนวนนี้ เป็นคำเปรียบเปรยคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือโง่เขลา เช่น เอาอะไรมาแสดงอวดกับคนที่เขารู้ดีอยู่แล้ว หรือเรียกว่าทำไปโดยไม่คิดว่าเขาจะรู้ดีกว่าตน เปรียบเหมือนเอามะพร้าวห้าวหรือมะพร้าวแก่ไปขายกับชาวสวนที่มีมะพร้าวอยู่แล้ว ความหมายอย่างเดียวกับคำว่า “ห้าแต้ม”

มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ 
          เป็นสำนวนที่หมายถึง คนที่ไม่ช่วยเขาทำงานแล้ว ยังไปทำตัวให้เป็นที่กีดขวางเกะกะแก่งานของเขาอีกด้วย เพราะเมื่อเอาเท้าหรือตีนไปราน้ำเวลานั่งเรือที่เขาพายอยู่ด้วยนั้น ก็ย่อมจะทำให้เท้าไปต้านน้ำไว้ ทำให้เรือแล่นช้าลงอีก

ไม่ได้ด้วยเลห์เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ เอาด้วยคาถา
          เป็นสำนวนที่หมายความว่า ทำด้วยวิธีหนึ่งไม่สำเร็จ ก็พยายามจะทำอีกวิธีหนึ่ง หรือหาวิธีอื่น ๆ ที่คิดว่าจะทำให้ได้มาทำ เป็นความหมายในทำนองที่ว่า เป็นการใช้อุบายเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้

ไม่พ้นชวด ฉลู ขาล เถาะ
          สำนวนนี้ เราอาจจะไม่คอยได้ยินในสมัยนี้นัก เพราะเป็นสำนวนเก่าแก่ของคนในสมัยก่อน ๆ ใช้พูดกัน มีความหมายว่า “ไปไม่รอด”หรือไปไม่ได้ตลอด หรือไปให้ไกลแสนไกลแค่ไหนก็จะต้องหมุนเวียนกลับมาอีก เปรียบเหมือนปี ๑๒ นักกษัตร ที่หมุนเวียนอยู่เรื่อยไปภายใน ชวด ฉลู ถึง กุล สำนวนนี้มักใช้ประชดคนที่ทำใจแข็งโดยไม่สมเหตุผล 

ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้
          หมายความว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้น มักจะต้องมีเหตุหรือมีเค้ามูลมาก่อน ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ

 ไม่รู้จักเสือ เอาเรือเข้ามาจอด ไม่รู้จักมอดเอาไม้เข้ามาแหย่
          ทั้งสองสำนวนนี้ แปลว่า การทำอะไรที่แสดงความเซ่อเขลาของตนโดยไม่พิจารณาเสียก่อนมักมุ่งหมายไปในทำนองที่ว่า ไปต่อสู้หรือแข่งขันกับคนที่เขาชำนาญกว่าหรือเก่งกว่า โดยไม่รู้ว่าเป็นใคร เช่นหลงไปเล่นการพนันกับนักพนันที่เก่งและชำนาญเข้าโดยไม่รู้จัก เปรียบได้กับเอาเรือเข้าไปจอดในป่าที่มีเสือดุ ๆ หรือเอาไม้เข้าไปแหย่ให้มอดกัดกินเล่นสบาย

ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้
          หมายถึง การด่วนทำอะไรล่วงหน้าไปก่อน โดยที่ยังไม่รู้ว่า การณ์ข้างหน้าจะมีหวังแน่นอนหรือเปล่า เพราะไม่มีเค้าว่าจะปรากฏภายหน้าให้เห็นเลยเรียกว่า เป็นการคาดคะเนล่วงหน้าไว้ก่อน แล้วก็รีบจัดเตรียมไว้ โดยถ้าหากผิดคาดไปก็เสียเปล่า

ไม้ซีกงัดไม้ซุง 
          สำนวนนี้ หมายถึง คนผู้น้อยหรือผู้มีฐานะต่ำไปคัดค้าน หรือไปก่อความกับผู้มีอำนาจสูงกว่า หรือมีฐานะดีกว่า ก็ย่อมจะเป็นผู้แพ้หรือทำไม่สำเร็จ มีแต่จะได้รับอันตรายอีกด้วย เพราะไม้ซีกเล็กกว่าไม้ซุง เมื่อเอาไปงัดไม้ซุงจะให้พลิกขึ้น ก็รังแต่ไม้ซีกจะหักเปล่า
 
ไม้ล้มจึงข้าม คนล้มอย่าข้าม
          ความหมายของสำนวนนี้ อธิบายไว้แล้วใน “คนล้มอย่าข้าม”

ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก  
          อบรมสั่งสอนให้เด็กประพฤติดีได้ง่ายกว่า อบรมสั่งสอนผู้ใหญ่

ม้วนเสื่อ 
          เสียการพนันหมดตัว เลิกกิจการ

มะนาวไม่มีน้ำ 
          พูดไม่มีเยื่อใย

มัดมือชก 
          บังคับหรือใช้วิธีใดๆให้อีกฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในอำนาจ แล้วจัดการตามใจ

มันเทศขึ้นโต๊ะ 
          ของเลวแต่เอาไปไว้ในที่สูงเกินไป

มากหน้าหลายตา 
          มากมาย

มากหมอมากความ 
          มากคนมากเรื่อง

มารคอหอย 
          ขัดผลประโยชน์ที่ผู้อื่นควรจะได้

มารหัวขน 
          ลูกที่อยู่ในท้อง แต่ไม่ปรากฎว่าใครเป็นพ่อ

มาสำเภาเดียวกัน 
          พวกเดียวกัน

มาเหนือเมฆ 
          ชั้นเชิงสูง

ม้าดีดกระโหลก 
          กิริยากระโดกกระเดก ไม่เรียบร้อย

มีภาษีกว่า 
          ได้เปรียบ

มีเส้น 
          มีเจ้านายคอยช่วยเหลือ

มีหน้าทีตา 
          มีคนนับถือ

มีอันจะกิน 
          ค่อนข้างมีเงินทอง

มีอายุ 
          ย่างเข้าวัยชรา

มืดแปดด้าน 
          ไม่รู้เรื่อง

มืดฟ้ามัวดิน 
          มากมายนับไม่ถ้วน

มือซุกหีบ 
          เอาตัวเองไปเกี่ยวข้องแบกรับภาระทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตน

มือที่สาม 
          ผู้สอดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

มือสะอาด 
          มีความประพฤติดี

มือห่างตีนห่าง 
          สุรุ่ยสุร่าย

มืออ่อนตีนอ่อน 
          อาการหมดแรงเพราะตกใจ

เมาดิบ 
          ทำอาการเหมือนคนเมา แต่ไม่เมา

เมื่อเอยก็เมื่อนั้น 
          ชักช้า อืดอาด

แม่ม่ายไร้ทาน 
          แม่ม่ายขัดสน

ไม่กี่นน้ำ 
          ไม่ช้า ไม่นาน

ไม่เข้าใครออกใคร 
          ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ไม่เข้ายา 
          ไม่ได้เรื่อง

ไม่ชอบมาพากล 
          ไม่น่าไว้ใจ

ไม่เชิง 
          ไม่เป็นอย่างใดอย่างหนึ่

ไม่ใช่ขี้ไก่ 
          ไม่เลว มีอะไรดีเหมือนกัน

ไม่ดูดำดูดี 
          เลิกเกี่ยวข้องด้วย

ไม่ดูตาม้าตาเรือ 
          ไม่พิจารณาให้ดี

ไม่ได้ศัพท์ 
          ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ความ

ไม่ได้สิบ 
          งงจนคิดอะไรไม่ออก

ไม่ตายก็คางเหลือง 
          ไม่ตายก็เจ็บหนัก

ไม่เต็มบาท 
          บ้าๆ บอๆ

ไม่เต็มหุน 
          สติไม่ดี

ไม่ถูกโรคกัน 
          เข้ากันไม่ได้

ไม่พูดพร่ำทำเพลง 
          ไม่รอช้า ทันทีทันใด

ไม่มีปี่มีกลอง 
          ไม่มีเค้า

ไม่รู้จักหัวนอนปลายตีน 
          ไม่รู้พื้นเพ ความเป็นมา

ไม่เหลือบ่ากว่าแรง 
          ไม่เกินความสามารถ

ไม่เออออห่อหมก 
          ไม่ตกลงด้วย

ไม้ใกล้ฝั่ง 
          แก่ใกล้จะตาย

ไม้งามกระรอกเจาะ 
          หญิงสวยมักไม่บริสุทธิ์

ไม้นอกกอ 
          คนที่ทำตัวนอกแบบแผน

ไม้เบื่อไม้เมา 
          ขัดกันตลอดเวลา

ไม้ป่าเดียวกัน 
          พวกเดียวกัน

ไม้ร่มนกจับ 
          ผู้มีวาสนาย่อมมีคนพึ่งพา

ไม้หลักปักเลน 
          โลเล ไม่แน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
student.nkw.ac.th
skr.ac.th
awardspace.com

สำนวนไทย:หมวด ป

มิ.ย.-1-2009 By marita

หมวด ป 

         ปรานีตีเอาเรือ  
เอ็นดูหรือช่วยเหลือเขา แต่กับกลับถูกประทุษร้ายตอบ
         ปล่อยนกปล่อยกา ปล่อยลูกนกลูกกา  
ปล่อยให้เป็นอิสระไม่เอาผิด ปล่อยให้พ้นจากความผูกผัน 
         ปลาข้องเดียวกัน  
คนที่อยู่ร่วมกันหรือเป็นพวกเดียวกัน 
         ปลายอ้อปลายแขม  
ยังไม่เกิดหรือยังอยู่ที่ไหนไม่รู้ ยังอยู่ห่างไกล 
         ปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง  
พยายามทำให้มีเรื่อยมีราวขึ้นมา 
         ปวดเศียรเวียนเกล้า
เดือดร้อนรำคาญใจ เพราะมีเรื่องยุ่งยากมากจนแก้ไขไม่ทัน 
         ปอกกล้วยเข้าปาก 
ง่าย, สะดวก 
         ปัญญาแค่หางอึ่ง 
 มีปัญญาหรือความรู้น้อย, โง่ 
         ปัดสวะ  
ทำอย่างขอไปที 
         ปากปราศรัยใจเชือดคอ 
พูดดีด้วยแต่ใจคิดร้าย 
         ปากปลาร้า  
ชอบพูดคำหยาบ, ชอบว่าคนหยาบ ๆ 
         ปากเป็นชักยนต์  
ว่ากล่าวสั่งสอนไม่รู้จักหยุด 
         ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม  
ยังเป็นเด็ก 
         ปากว่าตาขยิบ 
พูดอย่างหนึ่ง แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง, ปากกับใจไม่ตรงกัน 
         ปากว่ามือถึง 
พอพูดก็ทำเลย 
         ปากหวานก้นเปรี้ยว 
พูดจาอ่อนหวานแต่ไม่จริงใจ 
         ปิ้งปลาประชดแมว 
ทำประชดหรือแดกดันที่ตน ต้องกลับเสียผลประโยชน์มากขึ้น 
         ปิดประตูตีแมว 
รังแกคนไม่มีทางสู้หรือไม่มีทางรอดได้ 
         เป็ดขันประชันไก่ 
ผู้ที่มีความรู้ความสามารถน้อยแต่อวดแสดง แข่งกับผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง; หาคนดีมีความสามารถไม่ได้ ก็เอาคนที่ด้อย กว่ามาแทน 
         เป็นกอบเป็นกำ
 เป็นผลดี, เป็นชิ้นเป็นอัน, เป็นก้อนใหญ่ทำประโยชน์ต่อไปดี 
         เป็นเงาตามตัว 
คอยติดตามอยู่ตลอดเวลา, เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามไปด้วย 
         เป็นดั้งหน้า 
ออกหน้ามาคอยป้องกัน 
         เป็นหุ่นให้เชิด 
อยู่ในฐานะหรือตำแหน่งที่ต้องทำตามที่เขาสั่ง 
         เป็นหูเป็นตา 
ช่วยสดับตรับฟังและดูแลรักษาแทน 
         แปดเหลี่ยมแปดคม, แปดเหลี่ยม สิบสองคม 
มีเล่ห์เลี่ยมมาก,เล่ห์กลมายามาก ไปตายเอาดาบหน้า ยอมไปเผชิญกับความทุกข์ และความลำบากข้างหน้า 
         ไปวัดไปวาได้
มีรูปร่างหน้าตาดี พอจะอวดเขาได้ 
         ไปไหนมาสามวาสองศอก 
ถามอย่างหนึ่งตอบไปอีกอย่างหนึ่ง 
         ไปอย่างน้ำขุ่นๆ 
พูดเข้าตัวหลบเลี่ยงไปอย่างข้างๆคูๆ 
         ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
หมายถึง คนที่มีอำนาจราชศักดิ์หรือเป็นใหญ่เป็นโตก็ย่อมข่มคนที่เป็นผู้น้อยกว่าได้หรือจะเปรียบเอาว่า คนที่มีกำลังน้อยกว่าก็ย่อมมีภาษีเหนือกว่าคนที่อ่อนแอได้ ตามหลักธรรมดาทั่วไปที่ว่า “ปลาใหญ่กิน     ปลาเล็ก” และ “ปลาเล็กตอนปลาน้อย” กินกันเป็นทอด ๆ ไป
         ปลาข้องเดียวกัน ตัวหนึ่งเน่า ก็พลอยพาให้เหม็นไปด้วย
สำนวนนี้ค่อนข้างจะยาวไปสักหน่อย แต่ก็เป็นที่จำได้ง่าย หรือใช้กันทั่วไป มีความหมายว่า คนที่อยู่ร่วมกัน ถ้าคนใดคนหนึ่งทำมิดี หรือทำชั่วก็พลอยให้คนอื่น ๆ ที่อยู่ร่วมกันเสียไปด้วย
         ปลาตกน้ำตัวโต
เป็นสำนวนที่หมายถึง การทำสิ่งใดที่เสียหรือสูญหายไปเพียงเล็กน้อย แต่พลอยเพิ่มเติมว่า ของที่สูญไปนั้นมีราคามากกว่าความจริง เป็นการเอาปลาที่ตกน้ำ แล้วว่ายหายไป มาเปรียบเทียบเพราะไม่มีใครเห็นขนาดแท้จริงของปลา
         ปลาติดหลังแห
สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า “ปลาติดร่างแห” แต่ที่ถูกต้องเป็น “ปลาติดหลังแห” เพราะมีความหมายว่า คนที่ต้องพลอยมีส่วนเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้อง หรือรับเคราะห์ร่วมกับคนอื่น ๆ ด้วยโดยที่ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่นิด เช่น พลอยถูกจับร่วมไปกับวงการพนัน โดยที่ตนไม่ได้ร่วมวงเล่น แต่บังเอิญผ่านเข้าไปทางนั้น คำว่า “ติดหลังแห”หมายถึงปลาที่คอยติดอยู่นอกแหขึ้นมาเวลาสาวแหขึ้นจากน้ำ
         ปลาหมอตายเพราะปาก
หมายถึงคนที่ชอบพูดพล่อย ๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือพูดแสดงความอวดดี จนตัวเองต้องรับเคราะห์ก็เพราะปากของตนเอง สำนวนนี้มาจากปลาหมอที่อยู่ในลำน้ำ มักชอบผุดขึ้นฮุบเหยื่อหรือน้ำบ่อย ๆ จนเป็นที่สังเกตของนักจับปลาได้ว่า ปลาหมออยู่ตรงไหน ก็เอาเบ็ดล่อลงไปตรงนั้นไม่ค่อยพลาด จึงเรียกว่า ปลาหมอตายเพราะปาก
         ปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยปลาลงน้ำ
สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสองประโยคที่ว่า การปล่อยให้บุคคลสำคัญ หรือศัตรูที่เราจับได้กลับไปสู่แหล่งเดิมของมัน เพราะเสือย่อมอยู่ในป่า และปลาอยู่ในน้ำ เมื่อมันกลับสู่รังธรรมชาติของมันแล้ว กำลังวังชาของมันก็ย่อมมีขึ้นอย่างเดิม มันอาจจะเป็นเหตุให้ศัตรูกลับมาคิดแก้แค้นเราได้ภายหลัง
         ปล่อยปลาไหลลงตม 
ความหมายอย่างเดียวกับ “ปล่อยเสือเข้าป่า” หรือ “ปล่อยปลาลงน้ำ”
         ปลูกเรือนคล่อมตอ
สำนวนนี้ หมายถึงการทำอะไรที่เป็นการล่วงล้ำหรือก้าวก่ายหรือทับสิทธิของอีกฝ่ายหนึ่ง จะโดยรู้อยู่หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตามแต่ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความบาดหมางก็ได้
         ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน
สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสองประโยค เป็นสุภาษิตพังเพยที่สอนว่า การทำอะไรก็ตามแต่จะต้องตามใจผู้ที่จะได้รับโดยตรง เช่น พ่อแม่ที่คิดจะหาสามีให้บุตรสาวของตนเอง ก็ควรจะเลือกผู้ชายที่บุตรสาวของตนเองมีใจสมัครอยู่ด้วย จึงจะชอบ
         ปลูกเรือนผิดคิดจนเรือนทลาย
หมายถึง การทำอะไรที่ผิดโดยไม่ไตร่ตรองแต่แรกจึงได้รับความเสียหายหนัก
         ปลูกเรือนพอตัว หวีหัวพอเกล้า
หมายความว่า จะทำอะไรให้ทำหรือให้พอเหมาะพอสมควร อย่าให้เกินสติปัญญา หรือกำลังหรือฐานะของตนเองจนเกินไป ทำนองเดียวกับสำนวนที่เปรียบเทียบไว้
         ปั้นน้ำเป็นตัว
สำนวนนี้ มักใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงคนที่พูดอะไรไม่เป็นเรื่องจริงหรือไม่มีมูล เรียกว่าคนโกหกหรือปั้นเรื่องราวเก่ง คือสามารถปั้นน้ำเหลว ๆ ให้เป็นตัวได้
         ปิดทองหลังพระ 
หมายความว่า การทำอะไรที่สำคัญ ๆ แต่ไม่มีคนมองเห็นสิ่งที่ตนเป็นผู้ทำ จึงย่อมจะไม่ได้รับการยกย่องชมเชยเท่าที่ควร เปรียบเอาการปิดทองหลังพระพุทธรูป ซึ่งมักจะไม่มีใครเห็น
         ปิดควันไฟไม่มิด
แปลว่า การทำอะไรที่เป็นเรื่องอื้อฉาวหรือสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผย ก็พยายามจะปกปิดไว้แต่ปิดไม่มิดหรือปิดไม่สำเร็จ
         ปิ้งปลาประชดแมว
สำนวนนี้ ต่อท้ายกับสำนวนที่ว่า “หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว” หมายความว่า การทำประชดหรือทำแดกดันที่กลับเป็นผลร้ายแก่ตนเอง เพราะธรรมดาแมวชอบกินปลา ถ้ายิ่งปิ้งปลาให้แมวกินแบบประชดมาก ๆ แมวก็ยิ่งชอบ แต่ตัวคนทำประชดจะต้องเสียผลมากขึ้น
         ปากคนยาวกว่าปากกา 
หมายความว่า ปากคนเรานั้นพูดหรือเล่าลือออกไปได้ไกล ถึงแม้ความจริงปากคนเราจะยื่นน้อยกว่าปากของกาก็ตาม แต่การพูดอะไรต่ออะไรต่าง ๆ ไปได้ยาวกว่าปากกาอีกมาก
         โปรดสัตว์ได้บาป
สำนวนนี้ ต่อท้ายควบคู่กับสำนวนที่ว่า “ทำคุณบูชาโทษ” ความหมายดังที่ได้อธิบายไว้แล้ว มักพูดติดต่อกันไปว่า “ทำคูณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป”

 ขอบคุณที่มา
gotoknow.org
salanluck.awardspace.com

เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง