Archive for เมษายน, 2009

สำนวนไทย:หมวด ท

เม.ย.-28-2009 By marita

หมวด ท

ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป
     สำนวนนี้ หมายความว่า การทำคุณหรือการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเจตนาดี แต่กลับกลายเป็นได้รับโทษตอบแทนหรือเข้าทำนองที่ว่า ยุ่งไม่เข้าเรื่องอะไรทำนองนั้นสำนวนนี้นิยมใช้ประโยคแรกประโยคเดียวพูดก็เป็นที่เข้าใจกัน

ทุบหม้อข้าวตัวเอง
     เป็นสำนวนที่หมายถึง การทำลายอาชีพหรืองานในหน้าที่ หรือผลประโยชน์ที่ตนกำลังได้รับอยู่ เช่นคิดทุจริตต่อนายจ้างของตนเองทำให้นายจ้างจับได้ถูกไล่ออกเรียกว่า “ทุบหม้อข้าว” ของตนเอง เพราะเมื่อหม้อข้าวแตกเสียแล้ว ก็อดกินข้าวหรือบางทีอาจจะไม่มีหม้อหุงข้าวไว้สำหรับหุงเองด้วย

เทวดานิมนต์มาเกิด
     สำนวนในชั้นเดิม เข้าใจว่าคงจะหมายไปในทางดีหรือหมายถึง “คนดี” เพราะลงว่าเทวดาหรือสวรรค์ให้มาเกิดแล้ว ก็น่าจะเป็นคนมีบุญ และมีพรสวรรค์ให้เป็นคนเก่งยอดเยี่ยมกว่าคนธรรมดาอย่างแน่นอน แต่ตกมาระยะหลัง กลับมีผู้นำไปใช้เป็นสำนวนเปรียบเปรย หรือประชดประชันเด็ก ๆ ที่เกกมะเหรกเกเรหรือซนเก่งเป็นยอดเยี่ยม ว่าเป็นเด็กที่ “เทวดานิมนต์มาเกิด” ไปเสีย

s10

ทำนาบนหลังคน
     หมายถึงคนที่คิดหาผลกำไรหรือหาผลประโยชน์ใส่ตน ด้วยวิธีเบียดเบียนหรือรีดนาทาเร้นเอาจากน้ำพักน้ำแรงของผู้อื่น โดยขาดความเมตตา เช่น ให้กู้เงินแล้วเรียกดอกเบี้ยแพง ๆ หรือกว้านซื้อข้าวจากชาวนาในราคาถูก ๆ เพื่อเอามาค้าหากำไรโดยเหตุที่การทำนาของคนไทยในสมัยโบราณจัดว่า เป็นอาชีพหลักและสำคัญส่วนใหญ่โบราณจึงเอาเรื่อง “ทำนา” มาผูกเป็นสำนวนความหมายทำนองเดียวกับ “รีดเลือดกับปู” ก็ได้

เทศน์ตามเนื้อผ้า
     แปลว่า จะพูดหรือสั่งสอนใครก็พูดเรื่อยไปตามตำราหรือแบบแผน ไม่มีการดัดแปลงให้เข้ากับคนฟังหรือให้เหมาะสมกับกาลเทศะจึงย่อมจะมีผู้ฟังบางคนไม่เข้าใจก็ได้

ท้องยุ้งพุงกระสอบ
     สำนวนนี้เป็นคำพังเพยที่โบราณกล่าวขานถึงคนที่กินจุ “กินเหมือนยัดหมอน” เปรียบเหมือนคนที่กินไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอสำนวนอีกคำหนึ่งคือ “ชูชก” ซึ่งเป็นตัวละครเดินเรื่องสำคัญในพระเวสสันดรชาดก กล่าวว่า ชูชกนั้นกินอาหารอร่อยๆ ที่พระเจ้าสีพีเอามาให้จนถึงขั้นท้องแตกตาย

ทำคุณบูชาโทษ
     คำพังเพยสำนวนนี้มีเพิ่มมาอีกคำหนึ่งว่า “โปรดสัตว์ได้บาป” เป็นคำพูดง่ายๆ เตือนใจคนว่า การทำคุณกลับเป็นโทษ ทำดีแต่กลับเป็นร้าย การอย่างนี้ยังมีในโลก เพราะมนุษย์นั้นมีจิตสูงต่ำไม่เหมือนกัน และมักจะมองกันในมุมตรงกันข้ามเสมอ

ทาสในเรือนเบี้ย
     โบราณนำเรื่องราวของทาสมาสร้างเป็นคำพังเพยให้คนทั่วไปได้ทราบ และเอาไปเปรียบเทียบกับเรื่องราวของชีวิตได้ นั่นคือทาส ที่เรียกกันว่า ทาสในเรือนเบี้ย ซึ่งเป็นลูกของทาสที่นายเงินซื้อมา (อาจเรียกว่าทาสน้ำเงินก็ได้) ทาสพวกนี้จะถูกสั่งให้ทำงานโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นโบราณจึงเปรียบกับคนที่ต้องทำงานโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้งว่าเป็นเหมือนทาสในเรือนเบี้ย

ทอดสะพาน
     โบราณนำประเพณีบ้านที่อยู่ริมคลองจะต้องมีสะพานไว้สำหรับทอดรับแขกที่จะมาเยือนให้ข้ามคลองมา ถ้าไม่ใช้ก็จะชักสะพานเก็บไว้ ในคำพังเพยนี้โบราณต้องการให้พ่อแม่ได้เอาใจใส่ในความประพฤติของลูกสาวว่าจะมีทีท่าให้ท่าให้ทางกับผู้ชายหรือไม่ กิริยานั้นเรียกว่า “การทอดสะพาน” ผู้ชายเห็นก็จะเดินเข้ามาหาได้ง่ายๆ ซึ่งผิดลักษณะของกุลสตรี

ทางเตียนเวียนลงนรก ทางรกวนขึ้นสวรรค์
     โบราณนำเรื่องของหนทางเดินมาเปรียบเทียบเป็นคำพังเพยเตือนใจคนว่า ทางเตียนนั้นราบเรียบสะดวกสบายเดินง่ายเหมือนความชั่วนั้นทำได้ง่าย ส่วนทางที่รกรุงรัง มีทั้งอุปสรรคขวากหนามสารพัดานั้นก็เหมือนความดีที่จะทำได้ยาก ต้องใช้ทั้งความพยายาม ความอดทน จึงจะบรรลุถึงความดีและไปสู่ทางสวรรค์

ทองไม่รู้ร้อน
     โบราณนำเอา “ทองคำ” มาสร้างเป็นคำพังเพยเพื่อเตือนสติคนว่า ทองคำนั้นเมื่อนำไปหลอมละลาย ก็จะละลายกลายเป็นทองเหลว (น้ำทอง) โดยที่ทองคำเองก็ไม่ได้รู้ถึงความร้อนนั้น นำมาเปรียบเทียบกับคนที่เฉยเมย ไม่กระตือรือร้น ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่สะดุ้งสะเทือน ไม่รู้ร้อนรู้หนาวปล่อยตัวตามสบายเหมือนทองที่ไม่รู้จักความร้อน ทั้งๆ ที่ตัวเองถูกความร้อนหลอมละลายเป็นของเหลวไปแล้ว คนอย่างนี้โบราณไม่นิยมเชื่อถือ

ขอบคุณที่มาข้อมูล
salanluck.awardspace.com
9bkk.com
ขอบคุณที่มารูปภาพ
siamtower.com

สำนวนไทย:หมวด ถ

เม.ย.-22-2009 By marita

หมวด ถ

-ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น หมายถึง คนที่ทำอะไรดูเป็นว่ารอบคบถี่ถ้วนดี แต่ความจริงไม่รอบคอบปล่อยให้มีช่องว่างเกิดขึ้น

-ถ่อไม่ถึงน้ำ น้ำไม่ถึงถ่อ เป็นสำนวนหมายถึงการพูดหรือการกระทำอะไร ที่ไม่ปฏิบัติให้ถึงแก่นสำคัญของเรื่อง หรือทำไปครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรือขาดตกบกพร่องในการปฏิบัติเช่นขาดเงิน หรือขาดกำลังสนับสนุน สิ่งนั้นก็ย่อมจะไม่สำเร็จ หรือประสบผลตามความต้องการ เมื่อเปรียบกับการถ่อเรือหรือถ่อแพโดยถ่อไม่ถึงน้ำ เพราะถ่อสั้นไป ก็ย่อมใช้งานอะไรไม่ได้

-ถลำร่องชักง่าย ถลำกายชักยากสำนวนนี้มีความหมายอธิบายอยู่แล้วในประโยคแรก ที่ว่าการพลาดถลำตกลงไปในร่องพื้น ยังพอชักเท้าขึ้นมาได้ แต่การถลำใจซึ่งหมายถึงการหลงเชื่อหรือหลงรักหนัก ๆ เข้า ย่อมถอนออกได้ยาก

-ถ่มน้ำลายรดฟ้าสำนวนนี้ใช้เป็นความหมายถึง คนที่คิดร้ายหรือดูหมิ่นบุคคลที่สูงกว่า คำว่า “ถ่มน้ำลาย” เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปเกือบทุกชาติแล้วว่า คือการแสดงกิริยาดูถูกดูหมิ่น และมักใช้เป็นกิริยาแสดงออกให้อีกฝ่ายเห็นได้ชัด เรียก “ถ่ม” หรือ “ถุ่ย” แตกต่างกับลักษณะของการ “บ้วนน้ำลาย” เมื่อพูดว่า “ถ่มน้ำลายรดฟ้า”ก็หมายถึง ดูเหมือนบุคคลที่สูงกว่า การถ่มน้ำลายขึ้นไปที่สูงคือฟ้าน้ำลายนั้นก็ย่อมจะตกลงมาถูกหน้าตาของตนเองความหมายจึงอยู่ที่ว่า การดูหมิ่น หรือคิดร้ายต่อบุคคลที่สูงกว่าหรือที่เคารพทั่วไป มักจะกลับเป็นผลร้ายหรือภัยแก่ตนเองได้

-ถ่มน้ำลายแล้วกลับกลืนกินสำนวนนี้ต่างกับคำว่า  “ถ่มน้ำลายรดฟ้า” ถ่มน้ำลายในประโยคนี้ หมายถึง การที่พูดหรือลั่นวาจาออกไปแล้ว เป็นการตัดขาดว่าจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก แต่แล้วก็กลับไปเกี่ยวข้องเข้าอีก เป็นทำนองกลับคำของตนเองที่ได้พูดไว้

-ถ่านไฟเก่า สำนวนนี้ มีความหมายโดยเฉพาะสำหรับชายหญิงที่เคยเป็นคู่รักหรือเคยมีสัมพันธ์กันมาก่อนแล้วเลิกร้างกันไป  หรือห่างไประยะหนึ่ง เมื่อกลับมาพบกันใหม่ ก็ทำท่าจะตกลงปลงใจคืนดีกันได้ง่าย เปรียบเหมือนถ่านไฟที่เคยติดแล้วมอดอยู่หรือถ่านดับไปแล้ว แต่พอได้เชื้อไฟใหม่ก็คุติดไฟลุกขึ้นมาได้เร็วกว่าถ่านที่ยังไม่เคยได้เชื้อไฟหลายเท่า

-ถวายหัว หมายถึง ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อชาติ, เอาชีวิตเป็นประกัน, ทำจนสุดความสามารถ, ยอมสู้ตาย

-ถอดเขี้ยวถอดเล็บ หมายถึง ละพยศ, ละความเก่งกาจ, เลิกแสดงฤทธิ์แสดงอำนาจอีกต่อไป

-ถอนต้นก่นราก, ถอนรากถอนโคน หมายถึง ทำลายให้ถึงต้นตอ, ทำลายให้สิ้นเสี้ยนหนาม

-ถอนหงอก หมายถึง ไม่นับถือความเป็นผู้ใหญ่, พูดว่าให้เสียผู้ใหญ่

-ถอยหลังเข้าคลอง หมายถึงหวนกลับไปหาแบบเดิม

-ถีบหัวส่ง หมายถึง ไล่ไปให้พ้น, ไม่ใยดีอีกต่อไป

-ถึงพริกถึงขิง หมายถึง เผ็ดร้อนรุนแรง

-เถรตรง หมายถึง ซื่อหรือตรงจนเกินไป, ไม่มีไหวพริบ, ไม่รู้จักผ่อนผันสั้นยาว, ไม่รู้จักผ่อนผันหนักเบา

ขอบคุณที่มาข้อมูล

salanluck.awardspace.com

st.ac.th

สำนวนไทย:หมวด ต

เม.ย.-10-2009 By marita

สำนวนไทย
หมวด ต

ตกกระไดพลอยโจน
สำนวนนี้ทางหนึ่งหมายถึง ว่ากันว่าการทำอะไรที่บังเอิญเกิดผิดพลาดขึ้น โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง หรือทำไปได้ครึ่งแล้ว ก็จำต้องทำมันต่อไปให้เสร็จสิ้นเสียเลยเรียกว่า  “พลอยโจน” อีกทางหนึ่ง คงจะหมายถึงการพลอยผสมโรงหรือพลอยตามไปด้วยกับเขา ทำนองเดียวกับที่ว่า เห็นคนอื่นตกกระได ตนเองก็เลยพลอยโจนตามโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง แต่อีกทางหนึ่ง อาจหมายความได้ว่าการกระทำอะไรบังเอิญผิดพลาด คือ “ตกกระได”ก็เลยใช้วิธีกระโจนลงไปเสีย เพื่อไปตั้งหลักเอาใหม่ดีกว่าปล่อยให้ตกกลิ้งลงไป

ติเรือทั้งโกลน
เป็นสำนวนหมายความว่า ชิงติงานที่เขาเริ่มทำใหม่ ๆ เสียก่อน ยังไม่ทันได้เห็นผลงานของเขาหรือเรียกว่า มีปากก็ติพล่อย ๆ โดยไม่รู้ว่า ฝีมือเขาจะเป็นยังไง “โกลน” ในสำนวนนี้หมายถึง ซุง ทั้งต้นที่เขาเอามาเกลาหรือถากตั้งเป็นรูปขึ้นก่อนเพื่อจะต่อเป็นเรือขุด โกลนในชั้นแรกจึงดูไม่ค่อยเป็นรูปร่างดี ต่อเมื่อโกลนดีแล้ว จึงตบแต่งค่อยเป็นค่อยไปจนเป็นรูปเรือ

ตีงูให้กากิน
หมายถึง การลงทุนลงแรงทำอะไรขึ้นอย่างโดยไม่ได้เกิดประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เปรียบเหมือนตีงูซึ่งต้องใช้ความกล้าหรือกำลังเล่นงานงู แต่ครั้นพองูตายแล้วก็เอามาทำประโยชน์อะไรไม่ได้ ต้องทิ้งหรือปล่อยให้กามาจิกกินเอาตามสบาย กา หรือ อีกา ในสมัยก่อนได้เห็นกันมาก จึงมักจะเอามาผูกเป็นสำนวนพังเพยอยู่ด้วยเสมอ เช่น “กาหน้าดำ เขาจำหน้าได้”  “กาคาบพริก” หรือ “สาวไส้ให้กากิน” เป็นต้น

ตีวัวกระทบคราด
เป็นสำนวนหมายถึง การแสร้งทำหรือแสร้งพูด เพื่อให้กระทบกระเทือนไปถึงอีกฝ่ายหนึ่ง การเอาวัวกับคราดมาเปรียบ ก็เพราะคราดซึ่งใช้เป็นเครื่องมือกวาดลานฟางหรือหญ้าในนานั้นผูกเป็นคันยาวใช้วัวลากและคราดจะเป็นฝ่ายกระตุ้นให้วัวทำงานลากคราดไป ซึ่งผลงานคงจะอยู่ที่คราดเป็นตัวกวาด เมื่อคราดไม่ทำงานก็เลยใช้วิธีตีวัวให้ลากคราด เป็นทำนองว่า “ตีวัวกระทบคราด” วัวเลยกลายเป็นแพะรับบาปเพราะคราด ความหมายคล้ายกับว่า เราทำอะไรคนหนึ่งไม่ได้ เช่น โกรธเขาแต่กลับไปเล่นงานสัตว์เลี้ยงหรือคนใกล้ชิดของเขา เป็นการตอบแทน

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
สำนวนนี้ โบราณมักใช้พูดกันมาก หมายถึงการกระทำอะไรสักอย่างที่ไม่เหมาะสมหรือได้สมดุลกัน หรือใช้จ่ายทรัพย์ลงทุนไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เช่นลงทุนเล็กน้อยเพื่อทำงานใหญ่ซึ่งต้องใช้เงินมาก ๆ ย่อมไม่อาจสำเร็จได้ง่าย ต้องสูญทุนไปเปล่า ๆ เปรียบเหมือนตำน้ำพริกเพียงครกเดียว เอาไปละลายในแม่น้ำกว้างใหญ่ เมื่อละลายไปก็จะสูญหายไปหมดสิ้นไปทำให้แม่น้ำเกิดอะไรผิดปกติขึ้น เสียน้ำพริกไปเปล่า ๆ

ต้นไม้ตายเพราะลูก
สำนวนนี้เอามาเปรียบได้กับ พ่อแม่ที่ต้องเสียเพราะลูก เช่นรักลูกมากจนยอมเสียสละชีวิต หรือทรัพย์สินเพื่อลูก ตามที่ว่า “ต้นไม้ตายเพราะลูก” ก็โดยที่ว่าต้นไม้บางชนิด เมื่อมีลูกหรือมีดอกผลมักจะตาย หรือโค่นเพราะคนมาเก็บ หรือเมื่อออกดอกผลแล้ว เหี่ยวเฉาตายไปเองก็มี

s071


ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา

สำนวนนี้เป็นคำเปรียบเปรย หรือเป็นเชิงเตือนสติคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หรือคนที่ทะเยอทะยานทำตนเสมอกับคนที่สูงกว่า ให้รู้จักยั้งคิดว่าฐานะของตนเองเป็นอย่างไรเสียก่อน จึงค่อยคิดทำเทียมหน้าเขา ความหมายทำนองเดียวกับที่ว่า  “ส่องกระจกดูเงาของตัวเองเสียก่อน” สำนวนนี้ ผู้หญิงสูงศักดิ์มักจะใช้เป็นคำเปรียบเปรยเย้ยหยันผู้ชายที่มีฐานะต่ำต้อยกว่า

เตี้ยอุ้มค่อม

เป็นสำนวนที่หมายถึง คนที่มีฐานะยากจนอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ไปช่วยคนที่ยากจนกว่าตนเข้าอีก เท่ากับ “เตี้ยอุ้มค่อม” คือ ยิ่งทำให้ตัวเองแย่ลงไปอีก หรือจะเปรียบได้อีกทางหนึ่งว่าคนที่ทำงานหรือทำอะไรเป็นภาระใหญ่มากมายเกินสติกำลังของตน ซึ่งไม่แน่ว่าจะทำไปได้ตลอดหรือไม่

ตัวเป็นขี้ข้า อย่าให้ผ้าเหม็นสาบ
สำนวนนี้เป็นสุภาษิตเก่าแก่ ที่สอนให้คนเราประพฤติชอบแต่ในทางที่ดีไม่ให้ประพฤติตนไปในทางเสื่อมเสีย แม้จะมีฐานะยากจน เป็นคนใช้หรือลูกจ้างเขาก็ตามแต่ ก็ต้องรักษาความดีความซื่อสัตย์ รวมทั้งความสะอาดกายไปในตัวด้วย อย่าปล่อยตัวเองให้ตกเป็นทาสของความชั่ว

ตัวตายดีกว่าชาติตาย
สำนวนนี้เป็นสำนวนปลุกใจที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว มีความหมายไปในทางให้คนเรารักประเทศชาติหรือบ้านเมืองของตนเองให้มั่น เมื่อยามมีศัตรูมารุกรานบ้าเมืองก็พร้อมที่จะพลีชีวิตร่วมกันต่อสู้เพื่อป้องกันประเทศ โดยยอมให้ตนเองตายดีกว่าชาติหรือประเทศต้องถูกทำลายลง

ตักน้ำรดหัวตอ

สำนวนนี้ โบราณใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงการที่เราจะตักเตือน หรือสั่งสอนใครสักคนหนึ่งแต่คนนั้นไม่ยอมรับ หรือไม่เชื่อฟังคำเรา เปรียบได้กับการที่เราเฝ้าหมั่นรดน้ำหัวตอของต้นไม้ เพื่อหวังจะให้งอกงามขึ้นมาได้ ความหมายอย่างเดียวกับสำนวนพังเพยที่ว่า “ตักน้ำรดหัวสากล” และ “สีซอให้ควายฟัง”

ตาบอดได้แว่น
สำนวนนี้ประโยคควบคู่อยู่ด้วยอีกสองประโยคคือ  “หัวล้านได้หวี นิ้วด้วนได้แหวน” มีความหมายอย่างเดียวกัน คือหมายถึง การได้ในสิ่งที่มีประโยชน์แก่ตนเองเลยแม้แต่น้อย เพราะคนศรีษะล้านย่อมไม่มีผมจะหวี และคนตาบอดถึงจะใส่แว่นก็มองไม่เห็นเพราะแว่นไม่ช่วยให้คนตาบอดกลับเห็นได้

ตีตนไปก่อนไข้
สำนวนคำพังเพยนี้หมายถึง การได้ข่าวหรือได้แต่เพียงรู้ว่า จะมีอะไรที่ไม่ดี หรือข่าวร้ายเกิดขึ้นกับตัว โดยที่ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ก็ชิงแสดงอาการทุกข์ร้อนหวาดกลัว หรือวิตกกังวลไปเสียก่อนแล้ว ทำให้หมดกำลังใจหรือกำลังความคิดที่จะคิดป้องกันไว้ก่อน เรียกว่าไข้ยังไม่ทันมาถึงเลย ตัวเองก็ชิงเป็นไข้เสียก่อน เพราะความกระวนกระวายหรือตกใจนั่นเอง

ตีงูให้หลังหัก
คำพังเพยสำนวนนี้ เป็นคำเตือนสติให้เราได้รับรู้ว่า เมื่อจะทำอะไรก็ต้องตัดสินใจทำโดยเด็ดขาดหรือจริงจังลงไป อย่าทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ มิฉะนั้นผลร้ายจะเกิดขึ้นได้ภายหลัง เปรียบได้กับการที่จะตีหรือกำจัดงูพิษ เราก็ต้องตีให้ตาย หรือให้ถึงขนาดหลังหักไปเลย มันจะได้สิ้นฤทธิ์กลับมาทำร้ายเราไม่ได้

เต่าใหญ่ไข่กลบ
เป็นสำนวนที่หมายความว่า การทำอะไรที่เป็นพิรุธแล้วพยายามจะกลบเกลื่อนไม่ให้คนอื่นรู้ สำนวนนี้เอาเต่ามาเป็นคำเปรียบเทียบก็เพราะธรรมชาติของเต่าใหญ่ เช่น เต่าตนุเวลาจะวางไข่ ก็คลานขึ้นมาบนหาดทราย แล้วคุ้ยทรายให้เป็นหลุมเพื่อไข่ พอไข่เสร็จก็คุ้ยทรายกลบไข่เสีย เพื่อซ่อนไข่ของตนให้พ้นจากศัตรู หรือคนลักไปทำลาย

ตกเป็นเบี้ยล่าง : ตกเป็นรอง
ตบตา : ลวงให้เข้าใจผิด
ตบหัวลูบหลัง : ทำหรือพูดให้กระทบกระเทือนใน ในตอนแรก แล้วปลอบใจตอนหลัง
ต่อปาก ต่อคำ : เถียงกันไม่จบสิ้น
ต้นร้าย ปลายดี : ตอนแรกไม่ดี ไปดีเอาตอนหลัง
ตัวเป็นเกลียว : ขยันทำงาน
ตาร้อน : อิจฉาริษยา
ตกนรกทั้งเป็น : ลำบากแสนสาหัส

ขอบคุณที่มารูปภาพ
siamtower.com
ขอบคุณที่มาข้อมูล
salanluck.awardspace.com
pasathai01.exteen.com

สำนวนไทย:หมวด ด

เม.ย.-2-2009 By marita

สำนวนไทย
หมวด ด

s03

-ดูช้างให้ดูหาง  ดูนางให้ดูแม่ 
     สำนวนทำนองนี้  มีอยู่ด้วยกันหลายประโยค  และมีความหมายไปในทำนองเดียวกัน  เช่น  “  ดูวัวให้ดูหาง  ดูนางให้ดูแม่ “  ” ดูข้างให้ดูหน้าหนาว  ดูสาวให้ดูหน้าร้อน “  ดังที่ได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้ว  แต่สำนวนที่ว่า  ” ดูช้างให้ดูหาง “  นี้  มุ่งให้ดูหางช้าง  ที่บอกลักษณะว่าเป็นช้างดีหรือช้างเผือก  เพราะที่ปลายหางของมันยังเหลือให้เห็นสีขาวอยู่ตามเรื่องที่เล่าว่า  เวลาช้างพังตกลูกเป็นช้างเผือกสีประหลาด  พวกช้างพลายและช้างพังจะช่วยกัน  ” ย้อม “  กลายลูกมันเสีย  ด้วยการใช้ใบไม้หรือขี้โคนดำ ๆ  พ่นทับ  เพื่อมิให้คนรู้ว่าเป็นช้างเผือกแล้วมาจับไป  หรืออย่างไรไม่แน่ชัด  แต่การย้อมลูกของมันด้วยสีเผือกให้เป็นสีนิลนั้น  ก็ยังเหลือร่องรอยอยู่อย่างหนึ่ง  คือที่ปลายหางเป็นสีขาว  เหตุนี้เขาจึงให้สังเกตลักษณะของช้างเผือกที่ตรงหางไว้เป็นหลักสำคัญ
-ได้แกง  เทน้ำพริก
     เป็นสำนวนที่มีความหมายอธิบายง่าย ๆ เปรียบเทียบว่า  ได้ใหม่ลืมเก่านั่นเอง  มักจะใช้เป็นสำนวนเปรียบเปรยว่า  ผู้ชายเราที่ได้ภรรยาใหม่ก็ทิ้งเก่าไปเลย  คำว่า   ” น้ำพริก “  หรือ  ” น้ำพริกถ้วยเก่า “  เราจะหมายถึงภรรยาเก่าโดยเฉพาะ  เพราะ  ” น้ำพริก “  เป็นอาหารประจำวันของคนไทยเราที่ไม่มีการยักย้ายเปลี่ยนแปลงเหมือนแกงหรือผัด  และมักจะมีประจำเกือบทุกมื้อก็ว่าได้
-ดอกกระดังงาไทย  ไม่ลนไฟไม่หอม
     ตามความหมายของสำนวนอย่างหนึ่งว่า  สิ่งใดก็ตามถ้าปล่อยทิ้งไว้เปล่า ๆ หรือไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นสิ่งธรรมดาไม่ดีหรือไม่เลว  แต่ถ้าไปทำให้มีเรื่องขึ้น  กลับดูเหมือนจะทำให้ดีกว่าเก่ายิ่งขึ้นกว่าเดิม  ตามความหมายดังกล่าวนี้  เราจึงมักจะเอามาใช้เป็นสำนวนเปรียบเปรยว่า  หญิงสาวบางคนที่บริสุทธิ์นั้นดูเป็นสิ่งธรรมดาไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นหรือแปลก  แต่ถ้าได้แต่งงานหรือมีสามีเสียครั้งหนึ่งแล้ว  เลิกร้างกันกลับกลายเป็น  ” แม่หม้ายเนื้อหอม “  ไปได้ เปรียบกับดอกกระดังงาไทย  เมื่อเอามาลนไฟด้วยเทียนขี้ผึ้งจะมีกลิ่นหอมแรงขึ้น
-เด็ดบัวไม่ไว้ใย 
     หมายความว่า  ตัดสัมพันธุไมตรี  หรือ  ความเป็นมิตรสนิท  หรือเคยเป็นคนรักใคร่ชอบพอกันมาก่อน  อย่างชนิดที่ไม่ยอมคืนดีกัน  การที่เอาดอกบัวมาเปรียบก็เพราะเหตุที่ว่า  ดอกบัวนั้นถ้าเราหักก้านดอกลง  ตรงรอยหักมักจะมีเยื่อหรือใยก้านติดอยู่  ไม่ค่อยขาดจากกันง่าย  สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า  ” เด็ดบัวอย่าเหลือใย “  หรือ  อีกสำนวนหนึ่งว่า  ” เด็ดปลีไม่มีใย “  ปลี  หมายถึงดอกของกล้วยหรือหัวปลี
-เดินตามหลังราชสีห์  ดีกว่าเดินตามก้นสุนัข 
     ไม่ทราบที่มาของสำนวนนี้แน่ชัดนัก  แต่เข้าใจว่า  เป็นสำนวนที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันนี้  หรือไม่มีนานมานี้นัก  จำได้ว่าอดีตนักศิลปินผู้หนึ่งซึ่งล่วงลับไปแล้ว  คือคุณเสน่ห์  โกมรชุนนำมาใช้เป็นมติของเขาครั้งหนึ่ง  สมันที่ร่วมวงกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง  ซึ่งเรืองอำนาจในสมัยนั้น  โดยถือคติยอมเป็นสมัคพรรคพวกของผู้มีอำนาจราชศักดิ์ดีกว่ายอมร่วมวงกับผู้ที่ปราศจากอำนาจราชศักดิ์หรือทรัพย์สิน
-ได้กำจะเอากอบ
      เป็นสำนวนพังเพยธรรมดาที่เมื่อพูดก็รู้ความหมาย ซึ่งจะเหมือนกับสำนวนที่ว่า ได้คืบจะเอาศอก หรือได้ศอกจะเอาวา ความหมายในสำนวนเหมือนกัน ต่างกันคือ กำและกอบ เป็นคำบอกปริมาณ ส่วนคืบ ศอก หรือวา นั้นเป็นระยะ แต่มีสำนวนที่ตรงข้ามกันคือ “เสียกำช้ำกอบ” ทั้งนี้หมายความได้ทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น เงินทอง ของใช้ หรือนามธรรม เช่น ชื่อเสียงเกียรติยศ ลาภสักการะต่างๆ
-ดินพอกหางหมู
     สำนวนนี้โบราณเอาอาชีวะอย่างหนึ่งของผู้คนมาร้อยเรียงเป็นสำนวนเรื่องราวเพื่อบอกเป็นนัยหนทางชีวิตไว้ อาชีพอย่างนี้คืออาชีพเลี้ยงหมูขาย หรือแม้แต่มิได้เป็นอาชีพ บ้านเรือนก็มีหมูเลี้ยงไว้กินเศษอาหารบ้านละตัวสองตัว หมูนั้นชอบเย็น ชอบนอนโคลน ชาวบ้านก็มีปลัก (หล่ม) โคลนเอาไว้ให้หมูนอนเล่น หมูชอบแกว่งหาง หางหมูแกว่งไปโดนโคลนๆ ก็จับติดครั้งละเล็กละน้อย จนกลายเป็นก้อนโต บางตัวจับเป็นก้อนใหญ่ขนาดแกว่งหางไม่ได้เลยก็มี โบราณจึงอุปมาโคลนที่ติดหางหมูนี้เปรียบเทียบกับการทำงานของคน ที่ชอบสะสมทอดทิ้งงานคั่งค้างเอาไว้ไม่ยอมทำ จนมากมาย และในที่สุดก็ทำไม่ทันเกิดโทษต่อตนเอง
-เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด
     สำนวนคำพังเพยนี้เป็นนามธรรม การเดินตามหลังผู้ใหญ่โบราณหมายถึง ผู้ที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ เคยทำการอย่างนั้นประสบความสำเร็จมาแล้ว ถ้าเอาตัวอย่างมาปฏิบัติตามก็จะประสบความสำเร็จได้โดยง่าย หมาไม่กัด ซึ่งหมายถึง จะไม่มีความล้มเหลวและปลอดภัย (สำนวนนี้มีผู้แก้ความหมายเป็นเชิงหยอกเอินว่า เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัดผู้ใหญ่ แต่จะกัดคนที่เดินตาม
-ได้ทีขี่แพะไล่
     คำพังเพยสำนวนนี้เป็นคำโบราณสร้างขึ้นเพื่อเอาไว้เตือนใจคนที่จิตใจเหี้ยมโหด ไม่มีความรู้สึกสงสารคนที่เพลี่ยงพล้ำคอยจ้องซ้ำเติม โดยไม่มีจิตเวทนา คำพังเพยสำนวนนี้เขียนขึ้นจากเรื่องนิทานสุภาษิต เมื่อลิงขี่หลังแพะแสดงตัวเป็นปิศาจไล่เสือที่มาซุ่มจะกินวัวชาวบ้าน เสือตกใจวิ่งหนี ลิงก็ขี่หลังแพะวิ่งไล่ตาม
-ได้คืบจะเอาศอก
      โบราณนำมาตราวัดความยาวมาผูกเป็นพังเพยเตือนใจคน ที่ว่าได้มาแล้วก็ยังไม่พอหวังจะเอาอีก เพราะมีความโลภเป็นทุนหนุนจิตใจ เรียกว่าได้ไม่พอ สูตรความยาวโบราณกล่าวถึงวิธีวัดไว้ว่า 12 นิ้ว เป็น 1 คืบ 2 คืบเป็น 1ศอก และ 4 ศอกเป็น 1 วา 20 วาเป็น 1 เส้น 400 เส้นเป็น 1 โยชน์ ดังนี้
-เด็กเมื่อวานซืน
     โบราณผูกคำพังเพยนี้สอนคนที่รู้น้อยแต่ชอบอวดรู้ ว่าเป็นเด็กเมื่อวานซืน ประสบการณ์มีน้อย แต่ชอบเบ่งคุยโตโม้ว่าเรียนรู้ชั้นสูงรอบรู้ทุกอย่าง แต่เวลาตอบคำถามก็อึกอักตอบไม่ได้สักอย่าง
-ดูข้าเมื่อใช้งาน ดูวงศ์วานเมื่อตกยาก
    โบราณสร้างคำพังเพยนี้เพื่อใช้ประกอบในการสังเกตดูคน ผู้ที่ทำหน้าที่คนรับใช้ (ข้า หรือขี้ข้า)ต้องดูที่การทำงานตามที่สั่งว่ามีความขยันขันแข็ง และงานออกมาเรียบร้อยเพียงใด เช่นกัน เมื่อจะดูว่าวงศาคณาญาติพี่น้องจะช่วยเหลืออย่างไรหรือไม่ ก็ให้ดูตอนที่ตัวเรามีความเดือดร้อน หรือตกยากต้องไปขอความช่วยเหลือเมื่อใด ก็จะเห็นธาตุแท้ของพวกเขาเมื่อนั้น
-ดีดลูกคิดรางแก้ว
     โบราณนำเครื่องมือในการคิดเลขของคนจีน คือลูกคิดมาเป็นเครื่องเปรียบเปรยถึงความคิดของคน ลูกคิดรางแก้วนั้นก็คือการคิดที่จะได้อย่างเดียว ซึ่งถือเป็นความคิดที่มุ่งจะได้ประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมใดๆ ทั้งสิ้น
-ดักลอบต้องหมั่นกู้ เป็นเจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว
     เมื่อเห็นคำพังเพยสำนวนนี้ก็ทายได้ว่า โบราณต้องการจำแนกให้เห็นความมานะพยายามของคนที่เมื่อประสงค์จะทำสิ่งใดก็ตาม โดยยกเอาเครื่องมือจับปลาที่เรียกว่า “ลอบ” มาเปรียบเทียบว่า การดักลอบ ถ้าไม่หมั่นกู้ ก็อาจจะไม่ได้ปลา เพราะจะมีคนมายกลอบปลาเอาไปเสียก่อน เพราะเห็นว่าไม่มีเจ้าของลอบสนใจ เฉกเช่นนักเลงเจ้าชู้ เมื่อประสงค์จะเกี้ยวสาวคนใดก็ต้องใช้ความพยายามในการที่จะไป “เทียวไล้เทียวขื่อ” ประเภท “ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกได้” เช้าเสนอหน้า เย็นเสนอหน้า รับรองว่าใจสาวเจ้าต้องมีวันอ่อน ส่วนเจ้าชู้คนนั้นจะรักจริงหวังแต่งหรือไม่นั้นเป็นไปแล้วแต่บุญกรรม
-ดอกพิกุลร่วง
     เรียกอาการที่นิ่งไม่พูดว่า กลัวดอกพิกุลจะร่วง
-ดาบสองคม
      มีทั้งคุณและโทษ, อาจดีอาจเสียก็ได้
-ดาวล้อมเดือน
     มีบริวารแวดล้อมมาก
-ดำดิน
     หลบหายไป, หายไปไหนไม่รู้ร่องรอย
-ดีดลูกคิด
     คำนวณผลได้ผลเสียหรือกำไรขาดทุนอย่างละเอียด
-ดูตาม้าตาเรือ
      พิจารณาให้รอบคอบ (มักใช้ในความปฏิเสธ) เช่น ไม่ดูตาม้าตาเรือ
-เด็กอมมือ
     ผู้ไม่รู้ประสีประสา
-เด็ดดอกไม่ไว้ขั้ว
     ตัดขาด, ตัดญาติขาดมิตรกันเด็ดขาด, มักใช้เข้าคู่กับเด็ดบัวไม่ไว้ใย ว่า เด็ดดอกไม่ไว้ขั้ว เด็ดบัวไม่ไว้ใย
-เด็ดดอกไม้ร่วมต้น
     เคยทำบุญกุศลร่วมกันมาแต่ชาติก่อน จึงมาอยู่ร่วมกันในชาตินี้, เก็บดอกไม้ร่วมต้นก็ว่า
- เด็ดปลีไม่มีใย
      ตัดขาด, ตัดญาติขาดมิตรกันเด็ดขาด, เด็ดบัวไม่ไว้ใย ก็ว่า
-ได้หน้าได้ตา
      

ได้เกียรติ, ได้ชื่อเสียง

ขอบคุณที่มาข้อความ
st.ac.th
siamtower.com
9bkk.com
ขอบคุณที่มารูปภาพ
siamtower.com

เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง